สังเกต “3 จุดดำ” บนร่างกาย สัญญาณแบบไหนที่ไม่ควรมองข้าม และเมื่อไรควรพบแพทย์?

จุดดำบนผิวหนังไม่ได้หมายถึงมะเร็งเสมอไป แต่บางความเปลี่ยนแปลงควรตรวจให้แน่ใจ

Chapter 3

ธีม:
ขนาดตัวอักษร:
24px

รอยดำใหม่อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การอักเสบของผิวหนัง รอยหลังสิว การระคายเคือง หรือการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีตามวัย แต่ในบางกรณี รอยโรคที่เกิดขึ้นใหม่อาจต้องได้รับการตรวจเพื่อแยกโรคผิวหนังชนิดต่าง ๆ รวมถึงมะเร็งผิวหนัง

1. จุดดำที่เกิดขึ้นใหม่ควรสังเกตอย่างไร?

หากพบจุดสีเข้มบนผิวหนังที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ลองสังเกตว่ามีลักษณะอย่างไร และเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่

สิ่งที่ควรให้ความสนใจ ได้แก่ จุดที่มีขอบไม่สม่ำเสมอ สีแตกต่างกันหลายเฉด มีขนาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือดูแตกต่างจากไฝอื่น ๆ บนร่างกายอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม การเกิดจุดดำใหม่ไม่ได้หมายความว่าคุณกำลังเป็นมะเร็ง จุดดังกล่าวอาจเป็นไฝทั่วไปหรือรอยคล้ำจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน การตรวจโดยแพทย์จึงเป็นวิธีที่เหมาะสมกว่าในการหาคำตอบเมื่อมีลักษณะน่าสงสัย

2. แผลที่ไม่หายอาจต้องได้รับการประเมิน

หากพบรอยโรคที่เป็นสะเก็ดซ้ำ ๆ มีเลือดออกง่าย หรือดูเหมือนแผลที่ไม่ยอมหาย ควรพิจารณาเข้ารับการตรวจ โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นในบริเวณที่ได้รับแสงแดดเป็นประจำ

มะเร็งผิวหนังบางชนิดอาจปรากฏเป็นตุ่มหรือแผลที่ไม่หายตามปกติ ไม่จำเป็นต้องเป็นจุดดำคล้ายไฝเสมอไป

ตัวอย่างเช่น รอยโรคบางชนิดอาจมีลักษณะเป็นตุ่มสีชมพูหรือสีเนื้อ มีสะเก็ด หรือมีแผลตรงกลาง ขณะที่บางชนิดอาจดูคล้ายผื่นหรือรอยระคายเคืองทั่วไป

เพราะลักษณะเหล่านี้มีความหลากหลาย การใช้สีของรอยโรคเป็นเกณฑ์ตัดสินเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ

3. จุดดำบริเวณเล็บก็ไม่ควรมองข้าม

หากพบเส้นสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำใต้เล็บที่เกิดขึ้นใหม่ โดยเฉพาะเมื่อเส้นมีลักษณะกว้างขึ้น สีไม่สม่ำเสมอ หรือเม็ดสีลามไปยังผิวหนังบริเวณรอบเล็บ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์

อย่างไรก็ตาม รอยดำใต้เล็บอาจเกิดจากการกระแทกหรือเลือดคั่งใต้เล็บได้เช่นกัน จึงไม่ควรสรุปว่าเป็นมะเร็งจากรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว

หากไม่แน่ใจว่าเกิดจากการบาดเจ็บหรือไม่ หรือรอยดังกล่าวไม่เคลื่อนออกไปพร้อมกับการงอกของเล็บตามที่คาดไว้ ควรให้แพทย์ตรวจประเมิน

4. อย่าพยายามลบรอยดำเองก่อนรู้สาเหตุ

เมื่อเห็นจุดดำ หลายคนอาจรีบใช้ครีมลบรอยดำ ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว หรือสารกัดผิวเพื่อให้จุดนั้นจางลง

แต่หากรอยโรคยังไม่ได้รับการประเมิน การใช้สารที่ระคายเคืองหรือการจี้ทำลายด้วยตัวเองอาจทำให้ผิวหนังบาดเจ็บ เกิดแผลเป็น หรือลักษณะของรอยโรคเปลี่ยนแปลงจนตรวจได้ยากขึ้น

หากเป็นจุดที่มีลักษณะผิดปกติ ควรให้แพทย์ตรวจสอบก่อนเริ่มการรักษาเพื่อความสวยงาม

5. เมื่อใดควรนัดหมายแพทย์?

หากจุดดำมีการเปลี่ยนแปลงชัดเจน เกิดแผลซ้ำ ๆ มีเลือดออกโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีลักษณะผิดปกติหลายอย่างร่วมกัน ควรนัดหมายแพทย์เพื่อรับการตรวจ

หากมีเลือดออกมากหรือมีอาการติดเชื้อร่วมด้วย ควรได้รับการประเมินตามความเร่งด่วนของอาการ

การตรวจไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรงเสมอไป แต่ช่วยให้แยกสาเหตุที่เป็นไปได้และเลือกแนวทางดูแลที่เหมาะสมได้เร็วขึ้น

Chapter 4: จุดดำแบบที่ 3 — รอยคล้ำบริเวณผิวหนังบางตำแหน่ง ต้องดูอะไรเพิ่มเติม?

Middle-aged Japanese woman checking the moisture of her arms

รอยคล้ำบนผิวหนังไม่ได้มีลักษณะเหมือนกันทั้งหมด บางรอยเป็นจุดเล็ก ๆ บางรอยเป็นปื้นกว้าง และบางรอยเกิดขึ้นในบริเวณที่มีการเสียดสีหรือได้รับแสงแดดเป็นประจำ

สิ่งสำคัญคือการพิจารณารูปแบบของรอยคล้ำ ตำแหน่งที่เกิด ระยะเวลาที่เป็น และอาการร่วม เพราะปัจจัยเหล่านี้ช่วยให้แพทย์ประเมินสาเหตุได้ดีขึ้น

1. รอยคล้ำบริเวณคอหรือข้อพับ

ผิวหนังบริเวณคอ รักแร้ และขาหนีบอาจมีสีเข้มขึ้นจากหลายสาเหตุ รวมถึงการเสียดสี การอักเสบ หรือภาวะผิวหนังบางชนิด

หากผิวหนังบริเวณคอหรือข้อพับมีลักษณะหนาขึ้นและคล้ำเป็นปื้น โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นร่วมกับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นหรือปัจจัยเสี่ยงด้านการเผาผลาญ ควรปรึกษาแพทย์ เพราะลักษณะดังกล่าวอาจสัมพันธ์กับภาวะดื้อต่ออินซูลินในบางคน

บทความในหมวดหมู่เดียวกัน

สังเกต “3 จุดดำ” บนร่างกาย สัญญาณแบบไหนที่ไม่ควรมองข้าม และเมื่อไรควรพบแพทย์?

5 Part