Chapter 4: วัคซีน HPV และการตรวจคัดกรอง ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างไร?
วัคซีน HPV เป็นหนึ่งในวิธีสำคัญในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก เพราะช่วยป้องกันการติดเชื้อ HPV ชนิดที่ก่อมะเร็งได้หลายชนิด วัคซีนมีประสิทธิภาพสูงเมื่อได้รับตามคำแนะนำ โดยเฉพาะก่อนเริ่มมีโอกาสสัมผัสเชื้อ แต่ผู้ที่โตแล้วหรือมีประวัติทางเพศมาก่อนควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ว่ายังเหมาะกับการรับวัคซีนหรือไม่
วัคซีนมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการติดเชื้อในอนาคต ไม่ใช่ยารักษาการติดเชื้อ HPV ที่มีอยู่แล้ว และไม่สามารถรักษาความเปลี่ยนแปลงของเซลล์ปากมดลูกที่เกิดขึ้นไปแล้วได้ ดังนั้น ผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วก็ยังควรตรวจคัดกรองตามช่วงอายุและแนวทางที่แนะนำ วัคซีนกับการตรวจคัดกรองเป็นมาตรการที่เสริมกัน ไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนกันได้
การตรวจคัดกรองปากมดลูกอาจใช้การตรวจหาเชื้อ HPV ชนิดความเสี่ยงสูง หรือการตรวจเซลล์ปากมดลูกตามแนวทางของแต่ละประเทศ ช่วงอายุที่ควรเริ่มตรวจและระยะเวลาการตรวจซ้ำอาจแตกต่างกันตามวิธีตรวจ ประวัติสุขภาพ และแนวทางบริการสุขภาพในพื้นที่ องค์การอนามัยโลกแนะนำให้เริ่มการตรวจคัดกรองด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพตั้งแต่อายุประมาณ 30 ปีสำหรับประชากรทั่วไป และเริ่มเร็วกว่านั้นในผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับ HIV โดยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานสุขภาพในพื้นที่
หากผลตรวจพบ HPV ชนิดความเสี่ยงสูง ไม่ได้หมายความว่ากำลังเป็นมะเร็ง ผู้หญิงจำนวนมากสามารถกำจัดหรือควบคุมเชื้อได้เอง สิ่งสำคัญคือการติดตามตามคำแนะนำ ไม่ขาดนัด และเข้ารับการตรวจเพิ่มเติมเมื่อแพทย์เห็นว่าจำเป็น หากพบความเปลี่ยนแปลงก่อนเป็นมะเร็ง การดูแลรักษาอย่างเหมาะสมสามารถลดโอกาสที่ความผิดปกติจะพัฒนาเป็นมะเร็งได้
สามีสามารถสนับสนุนเรื่องนี้ได้ด้วยการช่วยค้นหาข้อมูลวัคซีนที่เชื่อถือได้ ช่วยจัดเวลาไปสถานพยาบาล และสนับสนุนค่าใช้จ่ายตามความเหมาะสม แต่การตัดสินใจเกี่ยวกับการตรวจและการรักษาควรเป็นไปด้วยความสมัครใจและมีข้อมูลครบถ้วน ไม่ควรบังคับหรือทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอับอาย
ถุงยางอนามัยยังมีประโยชน์ในการลดโอกาสสัมผัสเชื้อ HPV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ เมื่อใช้ถูกต้องและสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถป้องกัน HPV ได้ทั้งหมด เพราะเชื้ออาจสัมผัสผ่านผิวหนังบริเวณที่ไม่ได้ปกคลุมด้วยถุงยาง จึงควรใช้ควบคู่กับการฉีดวัคซีนและการตรวจคัดกรองตามคำแนะนำ