ผู้สูงอายุอายุ 70 ปีขึ้นไป อย่ารอให้กระหายน้ำ! เคล็ดลับดื่มน้ำให้เพียงพอทุกวัน
เมื่ออายุมากขึ้น ความรู้สึกกระหายน้ำอาจลดลง ทำให้บางคนดื่มน้ำน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ การสร้างกิจวัตรดื่มน้ำจึงช่วยดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม
Chapter 1: ทำไมผู้สูงอายุจึงเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ แม้ไม่รู้สึกกระหาย
น้ำเป็นสิ่งจำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย ตั้งแต่การควบคุมอุณหภูมิ การไหลเวียนของเลือด การย่อยอาหาร ไปจนถึงการขับของเสียผ่านปัสสาวะ เมื่อร่างกายสูญเสียน้ำจากการหายใจ เหงื่อ และการขับถ่าย ก็จำเป็นต้องได้รับน้ำกลับเข้ามาอย่างเหมาะสม หากดื่มน้อยกว่าที่สูญเสียไปเป็นเวลานาน อาจเกิดภาวะขาดน้ำและส่งผลต่อสุขภาพได้
ปัญหาที่หลายครอบครัวอาจไม่ทันสังเกตคือ ผู้สูงอายุบางคนไม่ได้รู้สึกกระหายน้ำชัดเจนเหมือนเมื่อก่อน โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 70 ปี แม้ร่างกายต้องการน้ำ แต่ความรู้สึกอยากดื่มอาจไม่เด่นชัด ทำให้เผลอปล่อยให้เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงโดยไม่ได้ดื่มน้ำเลย เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุทุกคน แต่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ควรใส่ใจพฤติกรรมการดื่มน้ำมากขึ้น
สัญญาณที่บอกว่าร่างกายอาจได้รับน้ำไม่เพียงพอ
อาการที่พบได้ ได้แก่ ปากแห้ง ริมฝีปากแห้ง ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มกว่าปกติ ปัสสาวะน้อยลง รู้สึกเหนื่อย อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หรือเวียนศีรษะเมื่อลุกขึ้นยืน อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้อาจเกิดจากปัญหาสุขภาพอื่นได้เช่นกัน จึงไม่ควรใช้สัญญาณเพียงข้อเดียวตัดสินว่าร่างกายขาดน้ำแน่นอน
ผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านความจำหรือการเคลื่อนไหวอาจเผลอลืมดื่มน้ำ หรือเดินไปหยิบแก้วน้ำได้ลำบาก บางคนกังวลว่าจะต้องเข้าห้องน้ำบ่อย จึงตั้งใจลดปริมาณน้ำที่ดื่มเอง ขณะที่บางคนอาจรับประทานอาหารได้น้อยลง ทำให้ได้รับของเหลวจากอาหารลดลงตามไปด้วย ปัจจัยเหล่านี้ล้วนทำให้การดูแลปริมาณน้ำในแต่ละวันเป็นเรื่องที่ควรวางแผนไว้ล่วงหน้า
หากพบว่าผู้สูงอายุมีอาการสับสนผิดปกติ ง่วงซึมมาก หน้ามืดจนเป็นลม ปัสสาวะน้อยมาก หรือหัวใจเต้นเร็วร่วมกับอาการอ่อนแรง ควรรีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำที่รุนแรงหรือปัญหาสุขภาพอื่นที่ต้องได้รับการประเมินโดยเร็ว
เหตุใดการดื่มน้ำเป็นเวลาอาจช่วยได้
การรอจนรู้สึกกระหายแล้วจึงดื่มน้ำอาจไม่เหมาะกับผู้สูงอายุบางคน การกำหนดช่วงเวลาดื่มน้ำจึงเป็นวิธีที่ช่วยให้จำได้ง่ายขึ้น เช่น ดื่มน้ำหลังตื่นนอน จิบน้ำพร้อมมื้ออาหาร ดื่มระหว่างมื้อ และดื่มหลังทำกิจกรรมเบา ๆ เมื่อเหมาะสมกับสุขภาพของแต่ละคน
ไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำปริมาณมากในครั้งเดียว การจิบบ่อย ๆ ตลอดวันอาจทำได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะผู้ที่รู้สึกอิ่มเร็วหรือไม่ชอบดื่มน้ำทีละมาก ๆ การวางแก้วหรือขวดน้ำไว้ในตำแหน่งที่หยิบได้สะดวกก็ช่วยลดอุปสรรคได้ แต่ควรใช้ภาชนะที่จับถนัดมือและไม่เสี่ยงหกจนทำให้พื้นลื่น
ผู้ดูแลสามารถช่วยด้วยการชวนดื่มน้ำอย่างสุภาพและสม่ำเสมอ แทนการรอให้ผู้สูงอายุร้องขอเอง หากผู้สูงอายุไม่ชอบน้ำเปล่า อาจเลือกเครื่องดื่มที่เหมาะสมกับสุขภาพ หรือเพิ่มอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ เช่น แกงจืดและผลไม้ที่เหมาะกับข้อจำกัดด้านอาหาร
สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรกำหนดให้ผู้สูงอายุทุกคนดื่มน้ำในปริมาณเท่ากัน เพราะความต้องการน้ำขึ้นอยู่กับสุขภาพ กิจกรรม สภาพอากาศ และยาที่ใช้ ผู้ที่มีโรคหัวใจ โรคไต หรือได้รับคำแนะนำให้จำกัดน้ำ ต้องปฏิบัติตามแผนที่แพทย์กำหนด ไม่ควรเพิ่มปริมาณน้ำเองโดยไม่ปรึกษาผู้รักษา