เมื่อพูดถึงการดูแลโพรงจมูก หลายคนอาจนึกถึงการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยชะล้างเมือกและสิ่งระคายเคืองในบางกรณี แต่การใช้ผิดวิธีก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่การหลีกเลี่ยงการล้างจมูกทุกกรณี แต่คือการเลือกใช้น้ำที่ปลอดภัย ทำความสะอาดอุปกรณ์ และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างถูกต้อง
ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อล้างจมูก
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) เตือนว่าไม่ควรใช้น้ำประปาโดยตรงในการล้างโพรงจมูก เพราะน้ำอาจมีจุลชีพบางชนิดที่ปลอดภัยเมื่อกลืนลงไป แต่สามารถก่อให้เกิดการติดเชื้อที่รุนแรงได้หากเข้าสู่ร่างกายผ่านทางจมูก แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะพบได้น้อย แต่ผลกระทบอาจร้ายแรง
หากจำเป็นต้องล้างจมูก ควรใช้น้ำกลั่นหรือน้ำปราศจากเชื้อที่ระบุว่าเหมาะสำหรับการใช้งานดังกล่าว หรือใช้น้ำประปาที่ต้มเดือดแล้วปล่อยให้เย็นตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข CDC แนะนำให้ต้มน้ำจนเดือดพล่านอย่างน้อย 1 นาที ก่อนปล่อยให้เย็นและเก็บในภาชนะสะอาดที่ปิดสนิท ส่วนอุปกรณ์ล้างจมูกควรทำความสะอาดและปล่อยให้แห้งตามคำแนะนำของผู้ผลิต
ไม่ควรใช้น้ำที่ยังร้อนจัด น้ำที่ไม่ทราบแหล่งที่มา หรืออุปกรณ์ที่มีคราบสกปรกสะสม นอกจากนี้ ไม่ควรใช้ขวดหรืออุปกรณ์ล้างจมูกร่วมกับผู้อื่น หากใช้อุปกรณ์แล้วเกิดอาการแสบมาก เจ็บ หรือตามมาด้วยอาการผิดปกติ ควรหยุดใช้และปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์
อย่าแคะหรือสอดสิ่งของเข้าไปในจมูกลึกเกินไป
การใช้เล็บหรือวัตถุแข็งแคะภายในจมูกอาจทำให้เยื่อบุเกิดแผล ระคายเคือง หรือมีเลือดออกได้ หากมีสะเก็ดแห้งหรือเมือกติดอยู่ ไม่ควรดึงออกอย่างรุนแรง เพราะอาจทำให้แผลเดิมแย่ลงได้ ควรทำความสะอาดบริเวณภายนอกอย่างอ่อนโยน และหากมีสิ่งอุดตันหรือสะเก็ดผิดปกติจำนวนมาก ควรให้แพทย์ตรวจแทนการพยายามนำออกด้วยตนเอง
การใช้สเปรย์พ่นจมูกก็ควรเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร โดยเฉพาะสเปรย์ลดอาการคัดจมูกบางชนิดที่ไม่ควรใช้ต่อเนื่องเกินระยะเวลาที่ระบุ เพราะอาจทำให้เกิดอาการคัดจมูกกลับมาได้ ไม่ควรซื้อยาฆ่าเชื้อรา ยาปฏิชีวนะ หรือยาสเตียรอยด์มาใช้เองเพื่อรักษาอาการภายในจมูก เพราะการเลือกยาขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค
เมื่อสงสัยว่าติดเชื้อรา ควรทำอย่างไร
หากมีอาการคัดจมูกเรื้อรัง น้ำมูกผิดปกติ ปวดใบหน้า หรือการรับกลิ่นเปลี่ยนไป ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุ แพทย์อาจตรวจภายในจมูกและพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมตามความจำเป็น เช่น การส่องกล้องหรือการตรวจภาพถ่ายทางการแพทย์ ในบางกรณีอาจต้องเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อหรือสารคัดหลั่งเพื่อช่วยยืนยันชนิดของโรค
การรักษาขึ้นอยู่กับรูปแบบของภาวะที่ตรวจพบ บางกรณีต้องดูแลการอักเสบหรือจัดการสิ่งสะสมภายในไซนัส ขณะที่การติดเชื้อราที่รุกรานเนื้อเยื่ออาจต้องได้รับยาต้านเชื้อราและการรักษาเฉพาะทางอย่างเร่งด่วน ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอควรแจ้งประวัติโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่แก่แพทย์ เพราะข้อมูลเหล่านี้อาจมีผลต่อการประเมินความเสี่ยงและแผนการรักษา
หากเพิ่งล้างจมูกด้วยน้ำที่ไม่ปลอดภัยและมีอาการปวดศีรษะ ไข้ อาเจียน หรือสับสน ควรไปพบแพทย์ทันที ไม่ควรรอดูอาการด้วยตนเอง เนื่องจาก CDC ระบุว่าอาการเหล่านี้หลังการล้างจมูกอาจต้องได้รับการประเมินเร่งด่วน