เครื่องบินดิ่งหัวลงทะเลในแนวดิ่ง หลังขึ้นบินเพียง 13 นาที ลำตัวหักเป็นสองท่อน เ.สี.ยชีวิตยกลำ 189 ราย

Chapter 2

ธีม:
ขนาดตัวอักษร:
24px

หนึ่งในหลักฐานสำคัญคือข้อมูลจากเครื่องบันทึกการบิน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าค่าองศาปะทะ หรือ Angle of Attack (AOA) จากเซ็นเซอร์สองตัวมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างเที่ยวบิน เซ็นเซอร์ชนิดนี้ใช้วัดมุมระหว่างทิศทางการเคลื่อนที่ของเครื่องบินกับกระแสอากาศที่ไหลเข้าปะทะปีก ข้อมูลดังกล่าวมีความสำคัญต่อระบบควบคุมการบิน เพราะช่วยให้เครื่องบินประเมินสภาพการบินและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการสูญเสียแรงยกได้

ในกรณีของเที่ยวบิน JT610 ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ด้านหนึ่งผิดไปจากอีกด้านหนึ่ง และความผิดปกตินี้ส่งผลต่อระบบที่ใช้ข้อมูลดังกล่าวในการประเมินสภาพการบิน เมื่อระบบได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง การตอบสนองอัตโนมัติของเครื่องบินก็อาจไม่สอดคล้องกับสภาพการบินจริง นักบินจึงต้องเผชิญกับสัญญาณเตือนและพฤติกรรมของเครื่องบินที่ผิดปกติ ขณะที่ต้องพยายามควบคุมเครื่องให้ปลอดภัย
Có thể là hình ảnh về thủy phi cơ, tàu ngầm và văn bản

อีกประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือระบบ Maneuvering Characteristics Augmentation System หรือ MCAS ซึ่งเป็นระบบช่วยควบคุมลักษณะการบินของ Boeing 737 MAX ระบบนี้ได้รับการออกแบบให้ปรับการทำงานของเครื่องบินในบางสภาวะ โดยอาศัยข้อมูลจากเซ็นเซอร์ที่เกี่ยวข้องกับมุมปะทะของกระแสอากาศ

เมื่อระบบได้รับข้อมูลจากเซ็นเซอร์ที่แสดงค่าผิดพลาด MCAS สามารถสั่งปรับมุมของระบบควบคุมแนวระดับในลักษณะที่กดหัวเครื่องบินลงได้ การตอบสนองดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำในระหว่างเที่ยวบิน JT610 และกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่นักสอบสวนต้องพิจารณา เพราะนักบินจำเป็นต้องรับมือกับคำสั่งจากระบบอัตโนมัติในเวลาเดียวกับที่พยายามทำความเข้าใจสัญญาณเตือนอื่น ๆ ภายในห้องนักบิน

รายงานสอบสวนขั้นสุดท้ายของคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติของอินโดนีเซีย ซึ่งเผยแพร่ในปี 2019 ระบุว่า อุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่เป็นผลจากปัจจัยหลายประการที่เชื่อมโยงกัน ทั้งข้อบกพร่องด้านการออกแบบระบบควบคุม ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ที่ผิดพลาด ปัญหาการบำรุงรักษา การสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับระบบ และการฝึกอบรมที่ไม่เพียงพอสำหรับการรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้า

หนึ่งในข้อค้นพบที่สำคัญคือ ปัญหาบางอย่างเกี่ยวกับเครื่องบินเคยปรากฏให้เห็นในเที่ยวบินก่อนหน้า แต่เครื่องบินยังคงถูกนำกลับมาให้บริการหลังผ่านกระบวนการตรวจสอบและซ่อมบำรุง เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามว่า ขั้นตอนที่ดำเนินการก่อนเที่ยวบิน JT610 เพียงพอหรือไม่ และข้อมูลเกี่ยวกับอาการผิดปกติได้รับการส่งต่อไปยังผู้เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนเพียงใด

สำหรับนักบิน การรับมือกับความผิดปกติหลายอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกันเป็นสถานการณ์ที่มีความซับซ้อนสูง หากระบบแสดงสัญญาณเตือนหลายประเภท ขณะที่เครื่องบินมีการตอบสนองที่ไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ นักบินต้องใช้ทั้งความรู้เกี่ยวกับเครื่องบิน การฝึกฝน และข้อมูลจากคู่มือปฏิบัติการเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว การที่ระบบอัตโนมัติสามารถสั่งการควบคุมเครื่องบินโดยอาศัยข้อมูลจากเซ็นเซอร์ที่ผิดพลาด จึงเป็นหนึ่งในประเด็นที่นำไปสู่การตรวจสอบการออกแบบและการฝึกอบรมอย่างจริงจัง

หลังอุบัติเหตุเที่ยวบิน JT610 หน่วยงานกำกับดูแลด้านการบินและผู้ผลิตเครื่องบินได้ดำเนินการทบทวนแนวทางความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับ Boeing 737 MAX รวมถึงการปรับปรุงคำแนะนำสำหรับนักบินและข้อกำหนดเกี่ยวกับระบบควบคุมการบิน ต่อมาเมื่อเกิดอุบัติเหตุของ Ethiopian Airlines เที่ยวบิน ET302 ในเดือนมีนาคม 2019 ซึ่งใช้เครื่องบิน Boeing 737 MAX 8 เช่นกัน และมีผู้เสียชีวิต 157 คน ความกังวลเกี่ยวกับระบบ MCAS และความปลอดภัยของเครื่องบินรุ่นนี้ก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น

อุบัติเหตุทั้งสองครั้งนำไปสู่การระงับการใช้งานเครื่องบิน Boeing 737 MAX ในหลายประเทศ และการตรวจสอบระบบอย่างครอบคลุม ก่อนที่เครื่องบินรุ่นดังกล่าวจะได้รับอนุญาตให้กลับมาให้บริการภายใต้เงื่อนไขและข้อกำหนดที่ปรับปรุงแล้ว เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าอุบัติเหตุทางการบินครั้งใหญ่สามารถส่งผลต่อมาตรฐานความปลอดภัยในระดับนานาชาติ และทำให้ผู้ผลิต สายการบิน และหน่วยงานกำกับดูแลต้องทบทวนกระบวนการทำงานของตนเอง

ถึงแม้การสอบสวนจะช่วยให้เข้าใจปัจจัยที่นำไปสู่การตกของเที่ยวบิน JT610 ได้มากขึ้น แต่ไม่มีรายงานใดสามารถย้อนเวลากลับไปช่วยชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือทั้ง 189 คนได้ ความสูญเสียของครอบครัวผู้เสียชีวิตจึงยังคงเป็นสิ่งที่ไม่อาจชดเชยได้ ขณะเดียวกัน บทเรียนจากเหตุการณ์นี้มีความสำคัญต่อการป้องกันอุบัติเหตุในอนาคต เพราะความปลอดภัยทางการบินไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถของนักบินหรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการออกแบบที่รอบคอบ การตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ การบำรุงรักษาที่ได้มาตรฐาน และการสื่อสารข้อมูลความเสี่ยงอย่างครบถ้วน

ท้ายที่สุด โศกนาฏกรรมของเที่ยวบิน Lion Air JT610 เป็นเครื่องเตือนใจว่าความผิดปกติเล็ก ๆ ที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมอาจเชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่ร้ายแรงได้ การตรวจพบปัญหา การรายงานอย่างตรงไปตรงมา และการตัดสินใจด้านความปลอดภัยที่ไม่ประนีประนอมจึงเป็นสิ่งจำเป็นในทุกขั้นตอนของการเดินทางทางอากาศ

สิ่งที่ควรจดจำจากเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพียงภาพเครื่องบินที่หายไปจากเรดาร์หลังขึ้นบินได้ไม่นาน แต่คือความจำเป็นในการนำหลักฐานและบทเรียนจากอุบัติเหตุมาใช้ปรับปรุงระบบอย่างจริงจัง เพื่อให้ผู้โดยสารที่ขึ้นเครื่องในทุกเที่ยวบินมีโอกาสเดินทางถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย และเพื่อไม่ให้ความสูญเสียครั้งใหญ่เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต

บทความในหมวดหมู่เดียวกัน

เครื่องบินดิ่งหัวลงทะเลในแนวดิ่ง หลังขึ้นบินเพียง 13 นาที ลำตัวหักเป็นสองท่อน เ.สี.ยชีวิตยกลำ 189 ราย

2 Part