Chapter 1
10 สัญญาณเตือนจากร่างกายที่ไม่ควรมองข้าม
โรคมะเร็งเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากเซลล์ในร่างกายมีการเจริญเติบโตผิดปกติ โดยอาการในระยะแรกอาจแตกต่างกันตามชนิดของโรคและอวัยวะที่ได้รับผลกระทบ บางคนอาจไม่มีอาการชัดเจน ขณะที่บางคนพบความเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้จากชีวิตประจำวัน
อย่างไรก็ตาม การมีอาการผิดปกติไม่ได้หมายความว่าจะเป็นโรคมะเร็งเสมอไป เพราะอาการหลายอย่างอาจเกิดจากการติดเชื้อ การอักเสบ ความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือโรคทั่วไปอื่น ๆ สิ่งสำคัญคือการสังเกตอาการของตนเองและเข้ารับการตรวจเมื่อมีข้อบ่งชี้ โดยเฉพาะเมื่ออาการเกิดขึ้นต่อเนื่อง ไม่ทราบสาเหตุ หรือมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น
1. มีก้อนผิดปกติหรือก้อนโตขึ้นเรื่อย ๆ
หากคลำพบก้อนบริเวณเต้านม คอ รักแร้ ขาหนีบ หรือส่วนอื่นของร่างกาย ควรสังเกตขนาด รูปร่าง และการเปลี่ยนแปลงของก้อน โดยเฉพาะก้อนที่โตขึ้นอย่างต่อเนื่อง แข็งผิดปกติ หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย
ก้อนที่พบอาจเกิดจากถุงน้ำ การอักเสบ ต่อมน้ำเหลืองโต หรือสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่มะเร็ง แต่ไม่ควรสรุปด้วยตนเองว่าเป็นก้อนธรรมดา หากพบความผิดปกติใหม่หรือก้อนมีการเปลี่ยนแปลง ควรให้แพทย์ตรวจประเมิน
2. น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
การลดน้ำหนักโดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งที่ไม่ได้ปรับอาหารหรือเพิ่มการออกกำลังกาย อาจเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพหลายชนิด รวมถึงความผิดปกติของระบบย่อยอาหาร ต่อมไทรอยด์ หรือโรคเรื้อรังบางประเภท
หากน้ำหนักลดลงอย่างเห็นได้ชัดภายในช่วงเวลาสั้น ๆ หรือมีอาการร่วม เช่น เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย หรือปวดท้อง ควรเข้ารับการตรวจเพื่อค้นหาสาเหตุ ไม่ควรปล่อยให้ร่างกายผอมลงต่อเนื่องโดยไม่ทราบเหตุผล
3. อ่อนเพลียผิดปกติแม้พักผ่อนเพียงพอ
ความเหนื่อยล้าอาจเกิดจากการนอนหลับไม่เพียงพอ ภาวะโลหิตจาง ความเครียด การติดเชื้อ หรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ หากรู้สึกหมดแรงต่อเนื่องแม้พักผ่อนแล้ว และเริ่มกระทบต่อการทำงานหรือกิจวัตรประจำวัน ควรพิจารณาปรึกษาแพทย์
อาการอ่อนเพลียเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้ระบุว่าเป็นมะเร็งได้ แต่หากเกิดร่วมกับน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ มีไข้เรื้อรัง หรือมีเลือดออกผิดปกติ ควรได้รับการประเมินอย่างละเอียด
4. มีแผลที่ไม่หายหรือหายช้ากว่าปกติ
แผลตามผิวหนังหรือภายในช่องปากที่ไม่ดีขึ้นตามระยะเวลาปกติควรได้รับการตรวจ โดยเฉพาะแผลที่มีเลือดออกง่าย เจ็บเรื้อรัง หรือมีลักษณะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
แผลในช่องปากที่อยู่นานหลายสัปดาห์ แผลบริเวณริมฝีปากที่ไม่หาย หรือแผลบนผิวหนังที่เปลี่ยนรูปร่าง อาจมีสาเหตุได้หลายประการ หากดูแลเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์หรือทันตแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง
5. ผิวหนังเปลี่ยนแปลงหรือมีไฝผิดปกติ
ควรสังเกตไฝหรือจุดบนผิวหนังที่มีขนาดใหญ่ขึ้น รูปร่างไม่สมมาตร ขอบไม่เรียบ สีเปลี่ยนไป หรือมีเลือดออกโดยไม่ทราบสาเหตุ หากพบจุดใหม่ที่แตกต่างจากจุดอื่นอย่างชัดเจน ก็ควรให้แพทย์ตรวจเช่นกัน
ผื่น ตุ่มน้ำ หรือรอยแดงบนผิวหนังไม่ได้เป็นหลักฐานยืนยันโรคมะเร็ง เพราะอาจเกิดจากการแพ้ การติดเชื้อ หรือโรคผิวหนังทั่วไป ภาพประกอบในบทความจึงไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรคจากลักษณะภายนอกเพียงอย่างเดียวได้
Chapter 2
อาการผิดปกติอีก 5 ประการที่ควรสังเกต พร้อมวิธีดูแลตัวเอง
6. ไอเรื้อรังหรือเสียงแหบเป็นเวลานาน
อาการไออาจเกิดจากหวัด ภูมิแพ้ โรคหอบหืด หรือการระคายเคืองทางเดินหายใจ แต่หากไอไม่หาย เสียงแหบต่อเนื่อง หรือมีอาการแย่ลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรเข้ารับการตรวจ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการร่วม เช่น หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หรือน้ำหนักลดผิดปกติ
อาการไอเรื้อรังอาจพบได้ในโรคปอดหลายชนิด รวมถึงมะเร็งปอด แต่ไม่สามารถใช้ไอเพียงอย่างเดียวในการวินิจฉัยโรคได้ หากไอเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือมีเลือดปน ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็ว
7. มีเลือดออกผิดปกติ
การมีเลือดออกโดยไม่ทราบสาเหตุเป็นอีกหนึ่งอาการที่ไม่ควรมองข้าม ตัวอย่างเช่น มีเลือดปนในอุจจาระ ปัสสาวะมีเลือดปน ไอเป็นเลือด หรือมีเลือดออกทางช่องคลอดนอกช่วงประจำเดือน
อาการเหล่านี้อาจเกิดจากการติดเชื้อ การอักเสบ ริดสีดวงทวาร หรือสาเหตุอื่น ๆ แต่ในบางกรณีก็อาจเกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งของอวัยวะที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ควรซื้อยามารับประทานเองโดยไม่ทราบสาเหตุ หากพบเลือดออกผิดปกติควรพบแพทย์เพื่อรับการประเมิน
หากเลือดออกมาก หน้ามืด เป็นลม หายใจลำบาก หรือมีอาการอ่อนแรงอย่างฉับพลัน ควรไปห้องฉุกเฉินทันที