หลังเปิดถุงแล้ว ควรเก็บเห็ดแห้งในภาชนะสะอาดที่ปิดสนิท วางในบริเวณแห้งและไม่โดนความชื้นโดยตรง หากมีคำแนะนำการเก็บรักษาจากผู้ผลิต ควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
ล้างก่อนแช่ และอย่าแช่ทิ้งไว้นานเกินไป
ก่อนนำเห็ดหูหนูแห้งไปแช่ ควรตรวจสอบสิ่งแปลกปลอมและล้างผ่านน้ำสะอาด จากนั้นใช้ภาชนะที่สะอาดและน้ำที่เหมาะสำหรับบริโภค ไม่ควรใช้ภาชนะที่มีคราบอาหารหรือมีเศษวัตถุดิบจากการปรุงอาหารชนิดอื่นหลงเหลืออยู่
หากแช่ในอุณหภูมิห้อง ควรจำกัดเวลาไม่ให้เกินประมาณ 2 ชั่วโมงตามคำแนะนำของศูนย์ความปลอดภัยอาหารฮ่องกง หากต้องใช้เวลาแช่นานกว่านั้น ควรนำภาชนะไปแช่ในตู้เย็นแทน ไม่ควรปล่อยเห็ดไว้บนเคาน์เตอร์ครัวตลอดคืน เพราะอาจเอื้อต่อการเพิ่มจำนวนของแบคทีเรีย
เมื่อเห็ดพองตัวและมีเนื้อสัมผัสนุ่มขึ้นแล้ว ควรนำไปประกอบอาหารโดยเร็ว หากมีเห็ดเหลือจากการแช่ ควรจัดเก็บอย่างเหมาะสม ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ในน้ำแช่ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลานาน และไม่ควรนำเห็ดที่มีเมือกหรือกลิ่นผิดปกติกลับมาใช้ แม้จะตั้งใจนำไปต้มให้เดือดก็ตาม
ปรุงให้สุกและป้องกันการปนเปื้อนข้าม
หลังแช่เห็ดแล้ว ควรล้างอีกครั้งด้วยน้ำสะอาด ตัดส่วนที่แข็งหรือไม่ต้องการออก และปรุงให้สุกก่อนรับประทาน การผัด ต้ม หรือลวกให้สุกอย่างเหมาะสมเป็นขั้นตอนสำคัญในการลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคหลายชนิด แต่ไม่ควรเข้าใจว่าความร้อนสามารถทำลายสารพิษทุกชนิดได้ทั้งหมด
นอกจากนี้ ควรแยกเขียง มีด และภาชนะที่ใช้กับวัตถุดิบดิบออกจากอุปกรณ์ที่ใช้กับอาหารพร้อมรับประทาน ล้างมือด้วยสบู่ก่อนเตรียมอาหารและหลังสัมผัสวัตถุดิบที่ยังไม่ผ่านการปรุงสุก เพราะเชื้อโรคอาจแพร่กระจายจากมือหรืออุปกรณ์ไปยังอาหารชนิดอื่นได้
หากปรุงเห็ดหูหนูในปริมาณมากและรับประทานไม่หมด ควรแบ่งใส่ภาชนะตื้นเพื่อให้เย็นเร็วขึ้น แล้วนำเข้าตู้เย็นโดยเร็ว ไม่ควรวางอาหารที่ปรุงสุกแล้วไว้ในอุณหภูมิห้องเป็นเวลานาน แนวทางด้านความปลอดภัยอาหารยังแนะนำให้เก็บอาหารที่ต้องแช่เย็นไว้ในอุณหภูมิต่ำอย่างเหมาะสม และอุ่นอาหารให้ทั่วถึงก่อนรับประทานอีกครั้ง
อาการแบบไหนควรรีบพบแพทย์
หากรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรค อาจเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายเหลว หรือมีไข้ได้ ระยะเวลาที่เริ่มแสดงอาการขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อและสารพิษที่ได้รับ บางกรณีอาการเกิดขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมง ขณะที่บางกรณีอาจใช้เวลานานกว่านั้น
หากมีอาการอาเจียนหรือท้องเสียอย่างรุนแรง ถ่ายเป็นเลือด มีไข้สูง ปวดท้องมาก ปัสสาวะน้อย เวียนศีรษะ หรือมีสัญญาณขาดน้ำ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์โดยเร็ว โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนมากกว่าคนทั่วไป
ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาหยุดถ่ายมารับประทานเองโดยไม่ทราบสาเหตุ เพราะการรักษาขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อและความรุนแรงของอาการ หากมีผู้รับประทานอาหารชนิดเดียวกันหลายคนแล้วเกิดอาการคล้ายกัน ควรแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับอาหารที่รับประทานให้บุคลากรทางการแพทย์ทราบด้วย
บทสรุป: ไม่จำเป็นต้องเลิกกินเห็ดหูหนู แต่ต้องใส่ใจวิธีเตรียม
เห็ดหูหนูเป็นวัตถุดิบที่สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย แต่ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัตถุดิบและการจัดการอย่างถูกต้อง ไม่ควรเชื่อข้อความที่กล่าวว่าเห็ดหูหนูทุกชนิดมีสารพิษร้ายแรงกว่าสารหนู 68 เท่า หรือทำให้เกิดมะเร็งตับโดยตรงโดยไม่มีหลักฐานรองรับ
สิ่งที่ควรจำคือเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ล้างให้สะอาด แช่ในเวลาที่เหมาะสม เก็บในตู้เย็นหากต้องแช่นาน และปรุงให้สุกก่อนรับประทาน หากพบเห็ดมีเมือก กลิ่นผิดปกติ หรือมีลักษณะคล้ายเสียแล้ว ควรทิ้งทันที
การดูแลสุขภาพไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเลิกกินอาหารที่ชื่นชอบทั้งหมด แต่เริ่มได้จากการรู้จักความเสี่ยงที่แท้จริงและปรับพฤติกรรมในครัวให้ปลอดภัยมากขึ้น เพราะอาหารที่ดีไม่ใช่เพียงอาหารที่มีประโยชน์ แต่ต้องผ่านการเตรียมและเก็บรักษาอย่างถูกสุขลักษณะด้วย