หลังจากดึงงูออกจากฝ้าเพดานได้แล้ว เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันจัดการกับลำตัวที่มีขนาดใหญ่และหนักอึ้ง ก่อนนำงูเหลือมบรรจุลงในถังพลาสติกขนาดใหญ่ เพื่อเตรียมเคลื่อนย้ายออกจากบ้านและนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในพื้นที่ห่างไกลชุมชน การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้สัตว์กลับไปอยู่ในพื้นที่ธรรมชาติ และลดความเสี่ยงที่จะกลับเข้ามาสร้างความหวาดกลัวให้กับเจ้าของบ้านหรือประชาชนในบริเวณใกล้เคียงอีก
ระหว่างการปฏิบัติการ เจ้าของบ้านเฝ้าติดตามสถานการณ์ด้วยความกังวล เพราะไม่คิดมาก่อนว่าจะมีงูเหลือมขนาดใหญ่มาซ่อนตัวอยู่บนฝ้าเพดานภายในบ้านของตนเอง โดยเฉพาะเมื่อทราบว่างูมีความยาวมากกว่า 5 เมตร และมีน้ำหนักคาดการณ์สูงถึงประมาณ 100 กิโลกรัม การนำสัตว์ขนาดใหญ่เช่นนี้ออกจากบ้านจึงเป็นงานที่ต้องใช้ทั้งความชำนาญและความระมัดระวัง
จากการสอบถามเรือตรี วราวุฒิ โอวาท เจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า ตนและภรรยาอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้มาเป็นเวลานาน โดยที่ผ่านมาใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุข ไม่เคยพบเหตุการณ์ที่มีงูเหลือมขนาดใหญ่เข้ามาอาศัยอยู่ภายในบ้านมาก่อน แต่ในระยะหลังเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติหลายครั้ง โดยเฉพาะเสียงแปลก ๆ ที่ดังมาจากบริเวณหลังคาและฝ้าเพดาน
เสียงดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นระยะ ทำให้เจ้าของบ้านเริ่มสงสัยว่าบริเวณเหนือฝ้าเพดานอาจมีสัตว์บางชนิดเข้าไปอาศัยอยู่ แต่เมื่อออกไปตรวจสอบก็ไม่พบสิ่งผิดปกติที่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน จึงยังไม่ทราบว่าต้นเสียงมาจากอะไร และไม่คิดว่าจะมีงูเหลือมขนาดใหญ่ซ่อนอยู่ภายในบริเวณนั้น
ต่อมาในคืนหนึ่ง เจ้าของบ้านได้พบเห็นงูเหลือมตัวดังกล่าวปรากฏตัวขึ้น จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้เข้ามาช่วยจับ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึง งูกลับเลื้อยหายไปอย่างน่าประหลาด ทำให้ไม่สามารถจับตัวได้ในครั้งนั้น เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำถึง 2-3 ครั้ง โดยทุกครั้งที่มีการแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือ งูกลับหายไปจากจุดที่พบเห็นก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสามารถดำเนินการจับได้
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายครั้งทำให้เจ้าของบ้านรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก เพราะแม้จะมีเสียงผิดปกติบนหลังคาและเคยเห็นงูปรากฏตัว แต่เมื่อพยายามตรวจสอบหรือแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยจับกลับไม่สามารถพบตัวได้ทุกครั้ง จนกระทั่งครั้งนี้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจพบว่างูเหลือมซ่อนตัวอยู่บนฝ้าเพดานบริเวณชายคาหลังบ้าน และดำเนินการจับได้สำเร็จ
เรือตรี วราวุฒิ ยังเปิดเผยด้วยว่า จากเหตุการณ์ที่งูปรากฏตัวแล้วหายไปหลายครั้ง ทำให้ตนเชื่อว่างูเหลือมตัวนี้อาจเป็นงูเจ้าที่ที่เข้ามาอาศัยอยู่เพื่อปกปักรักษาบ้านเรือนตามความเชื่อส่วนบุคคล โดยมองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมีความแปลกประหลาดและไม่เหมือนเหตุการณ์ทั่วไปที่เคยพบเจอ
ความเชื่อเรื่องงูเจ้าที่เป็นความเชื่อที่พบได้ในบางพื้นที่ของสังคมไทย โดยบางคนมองว่าสัตว์ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านอาจมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือการคุ้มครองบ้านเรือน ขณะที่บางคนมองว่าเป็นเพียงสัตว์ป่าที่เข้ามาหาที่หลบซ่อนตามสภาพแวดล้อม สำหรับเจ้าของบ้านหลังนี้ การที่งูปรากฏตัวแล้วหายไปหลายครั้งทำให้เกิดความเชื่อว่าอาจเป็นงูเจ้าที่ แต่สุดท้ายก็เลือกขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเพื่อจับออกจากบ้านอย่างปลอดภัย
หลังจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยจับงูเหลือมได้สำเร็จ ก็ได้นำตัวใส่ถังพลาสติกขนาดใหญ่และเตรียมนำไปปล่อยคืนสู่ป่าธรรมชาติในพื้นที่ห่างไกลจากชุมชน เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยและตัวสัตว์เอง ส่วนเจ้าของบ้านก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ หลังจากต้องเผชิญกับความกังวลจากเสียงผิดปกติบนหลังคาและการปรากฏตัวของงูยักษ์มาเป็นระยะ
เหตุการณ์ครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่สัตหีบ เมื่อพบงูเหลือมขนาดมหึมาซ่อนตัวอยู่บนฝ้าเพดานบ้านของข้าราชการทหารเรือ โดยงูมีความยาวมากกว่า 5 เมตร และคาดว่าหนักประมาณ 100 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเปิดฝ้าเพดานและใช้ห่วงเชือกคล้องคอ ก่อนช่วยกันนำลงมาและบรรจุลงถังเพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ขณะที่เจ้าของบ้านยังคงเชื่อว่างูตัวดังกล่าวอาจเป็นงูเจ้าที่ที่เข้ามาปกปักรักษาบ้านตามความเชื่อของตนเอง