สุขภาพ 2026-01-29 22:18:21

ชายวัย 40 ปีพบม.ะเ.ร็.งตั.บระยะสุดท้าย: น่าเสียดายที่เขามองข้ามสัญญาณเตือนนานถึง 3 เดือน

อาการหนึ่งที่ดูเหมือนไม่อันตราย แต่แท้จริงแล้วคือ “จดหมายเตือนภัย” ฉบับแรกจากร่างกาย
Người đàn ông 40 tuổi phát hiện ung thư gan giai đoạn cuối: Đáng tiếc ông  đã bỏ qua dấu hiệu suốt 3 tháng


ชายวัย 40 ปีพบม.ะเ.ร็.งตั.บระยะสุดท้าย: น่าเสียดายที่เขามองข้ามสัญญาณเตือนนานถึง 3 เดือน

อาการหนึ่งที่ดูเหมือนไม่อันตราย แต่แท้จริงแล้วคือ “จดหมายเตือนภัย” ฉบับแรกจากร่างกาย

เมื่อไม่นานมานี้ ข่าวชายคนหนึ่งมีอาการคันตามผิวหนังและถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับ ได้ขึ้นอันดับ 1 การค้นหาบนสื่อจีน กรณีดังกล่าวเป็นของชายวัยกว่า 40 ปี ซึ่งเริ่มต้นจากความรู้สึกคันไปทั่วร่างกายโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่มีผื่น ไม่มีผื่นแพ้ และไม่มีอาการแพ้ที่ชัดเจน เขาคิดว่าเป็นเพียงปัญหาผิวหนังทั่วไป จึงซื้อยาทาและยาต้านภูมิแพ้มารับประทานเอง

ทว่าเพียง 90 วันต่อมา ผลการตรวจทางการแพทย์กลับนำไปสู่การวินิจฉัยที่น่าตกใจ: เขาเป็นมะเร็งตับ

เรื่องราวนี้ที่ถูกนำเสนอโดยสื่อจีนได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว เพราะสะท้อนความจริงที่น่ากังวลอย่างยิ่ง นั่นคือ อาการคันผิวหนังที่เป็นอยู่นาน อาจไม่ใช่แค่โรคผิวหนังธรรมดา แต่ในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคภายในที่รุนแรง หรือแม้กระทั่งมะเร็ง

ทำไมมะเร็งจึง “ส่งสัญญาณ” ผ่านอาการคันได้?

แพทย์อธิบายว่า ผิวหนังไม่ใช่เพียงเกราะป้องกันภายนอกเท่านั้น แต่ยังสะท้อนสภาพภายในร่างกายได้ค่อนข้างตรงไปตรงมา เมื่ออวัยวะภายในบางส่วน โดยเฉพาะตับ ถุงน้ำดี หรือระบบน้ำเหลือง มีความผิดปกติ สารเมตาบอลิซึมที่ผิดปกติอาจสะสมในเลือด กระตุ้นปลายประสาทใต้ผิวหนัง และทำให้เกิดอาการคัน

สิ่งที่น่ากลัวคือ อาการคันนี้มักเกิดขึ้นตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่จะมีอาการจำเพาะของมะเร็ง เช่น ปวด น้ำหนักลด หรือดีซ่าน

มะเร็งชนิดใดบ้างที่อาจเริ่มต้นด้วยอาการคัน?

มะเร็งตับ
เมื่อการทำงานของตับลดลง หรือท่อน้ำดีเกิดการอุดตัน ระดับบิลิรูบินในเลือดจะสูงขึ้น สารนี้สามารถทำให้เกิดอาการคันทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า บางรายมีอาการคันโดยยังไม่เกิดดีซ่าน ทำให้การตรวจพบโรคล่าช้า

มะเร็งตับอ่อน
ก้อนเนื้องอกอาจกดทับท่อน้ำดี ทำให้เกิดภาวะน้ำดีคั่งและอาการคัน โดยที่อาการคันมักมาก่อนดีซ่าน และอาจมีอาการคลุมเครือร่วม เช่น แน่นท้อง เบื่ออาหาร หรือระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติ

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma)
ผู้ป่วยจำนวนมากมีอาการคันรุนแรงและยืดเยื้อ โดยเฉพาะในเวลากลางคืน อาจมีผิวหนังหนาขึ้น ลอกเป็นขุย หรือโครงสร้างผิวเปลี่ยนแปลง

มะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา
อาการคันเกิดขึ้นรอบไฝที่มีการเปลี่ยนสี ขนาด หรือรูปร่าง สัญญาณนี้มักถูกมองข้ามเพราะเข้าใจผิดว่าเป็นการระคายเคืองผิว

มะเร็งเต้านม
อาการคันเรื้อรังบริเวณหัวนมหรือปานนม ร่วมกับผิวลอก มีของเหลวซึม หรือพื้นผิวผิวหนังเปลี่ยนแปลง อาจเป็นสัญญาณของเซลล์มะเร็งที่ลุกลามสู่ผิวหนัง

อาการ “คันผิดปกติ” 4 รูปแบบที่ไม่ควรมองข้าม

ผู้เชี่ยวชาญเตือนให้ระวังเป็นพิเศษ หากอาการคันมีลักษณะดังต่อไปนี้

  1. คันเรื้อรังโดยไม่มีรอยโรคผิวหนังชัดเจน: ไม่มีรอยแดง ไม่มีผื่น และการใช้ยาทาผิวหนังไม่ได้ผล

  2. คันร่วมกับการเปลี่ยนสีผิว: ผิวคล้ำ หมอง เหลืองเล็กน้อย หรือมีปื้นสีเข้มผิดปกติ

  3. คันเฉพาะจุดเดิมซ้ำ ๆ: เช่น ฝ่ามือ ฝ่าเท้า บริเวณหน้าอก รอบหัวนม หรือรอบไฝ

  4. คันมากขึ้นในเวลากลางคืน: เป็นลักษณะที่พบบ่อยในโรคตับและมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

การบรรเทาอาการคัน ไม่สามารถทดแทนการไปพบแพทย์ได้


Những điều bạn nhất định phải biết về xạ trị ung thư gan


บทความยังกล่าวถึงวิธีพื้นบ้านหรือการกดจุดบางอย่างที่ช่วยบรรเทาอาการคันได้ชั่วคราว อย่างไรก็ตาม แพทย์เน้นย้ำว่า การลดอาการไม่เท่ากับการรักษาสาเหตุ

โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุมากกว่า 45 ปี หากมีอาการคันต่อเนื่องหลายสัปดาห์โดยไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน ควรรีบไปพบแพทย์และตรวจเพิ่มเติมเพื่อคัดกรองโรคของอวัยวะภายใน

ข้อความสุดท้าย: อย่ามองข้ามสัญญาณเล็ก ๆ

มะเร็งไม่ได้เริ่มต้นด้วยความเจ็บปวดรุนแรงเสมอไป บางครั้งมันเพียง “กระซิบเตือน” ผ่านอาการคันที่ดูเหมือนไม่มีพิษภัย

การรับฟังร่างกาย สังเกตความเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติ และไปพบแพทย์อย่างทันท่วงที อาจเป็นเส้นแบ่งระหว่างการตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น กับการวินิจฉัยเมื่อสายเกินไปแล้ว

บทความในหมวดเดียวกัน

บทความใหม่