สุขภาพ 15/04/2026 06:35

มะละกอมีประโยชน์แค่ไหน แต่กลับเป็น “ของต้องห้าม” สำหรับ 4 กลุ่มคนนี้

มะละกอ ผลไม้ที่ได้รับฉายาว่า "ผลไม้แห่งอายุยืน" แต่นักโภชนาการเตือน 4 กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยง

มะละกอ ผลไม้ที่ได้รับฉายาว่า "ผลไม้แห่งอายุยืน" กลายเป็นเคล็ดลับสุขภาพที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เมื่อมีการเปิดเผยว่า มอร์ริส จาง หรือ จาง จงโหมว นักธุรกิจชาวไต้หวัน-อเมริกัน ผู้ก่อตั้ง TSMC ในวัย 94 ปี ชื่นชอบการทานมะละกอเป็นอย่างมาก โดยเขามักจะรับประทานมะละกอ 1 ชิ้นในมื้อเช้าเป็นประจำเพื่อช่วยบำรุงกระเพาะอาหาร

Nam thanh niên nhập viện vì đau bụng, bất ngờ phát hiện bệnh hiếm gây tràn  dịch đa màng

เกา มินมิน นักโภชนาการชื่อดัง ได้แบ่งปันข้อมูลผ่านแฟนเพจว่า มะละกออุดมไปด้วยวิตามินซี แคโรทีน และเอนไซม์ปาเปน ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ แต่ยังเป็นเคล็ดลับในการรักษาผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง อย่างไรก็ตาม เธอได้เตือนว่ามี "4 กลุ่มบุคคล" ที่ควรระมัดระวังหรือหลีกเลี่ยงการรับประทาน

iStockphoto

4 ประโยชน์หลักของมะละกอต่อร่างกาย

นักโภชนาการระบุว่ามะละกอมีข้อดีที่โดดเด่นดังนี้

  • บำรุงสายตา: อุดมด้วยวิตามินเอ ช่วยรักษาความแข็งแรงของเรตินาและป้องกันอาการตาแห้ง
  • ผิวพรรณยืดหยุ่น: วิตามินซีสูงช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์
  • ดูแลระบบหัวใจและหลอดเลือด: มีโพแทสเซียม แมกนีเซียม และโฟเลต ช่วยควบคุมความดันโลหิตและระบบไหลเวียนโลหิต
  • ช่วยระบบย่อยอาหาร: "เอนไซม์ปาเปน" ช่วยย่อยโปรตีน ลดอาการท้องอืดและอาหารไม่ย่อย

iStockphoto

"มะละกอสุก" กับ "มะละกอดิบ" ต่างกันอย่างไร?

เกา มินมิน วิเคราะห์ว่าทั้งสองแบบมีจุดเด่นที่ต่างกัน โดย มะละกอสุก (สีแดง) จะมีรสหวาน เนื้อนุ่ม มีวิตามินเอ ซี และโฟเลตสูง ช่วยบำรุงผิวและสร้างเม็ดเลือดแดง ส่วน มะละกอดิบ (สีเขียว) จะมีแคลอรีและน้ำตาลต่ำ มีใยอาหารสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักและต้องการกระตุ้นการขับถ่าย

4 กลุ่มบุคคลที่ควรหลีกเลี่ยงการทานมะละกอ

แม้จะมีประโยชน์มาก แต่บุคคลกลุ่มต่อไปนี้ควรระวัง

  1. ผู้ที่มีภาวะกระเพาะเย็นหรือร่างกายอ่อนแอ: มะละกอมีน้ำมาก อาจกระตุ้นให้เกิดอาการท้องเสียหรืออาเจียนได้
  2. สตรีมีครรภ์: ควรหลีกเลี่ยง "มะละกอดิบ" เนื่องจากมีสารลาเท็กซ์ เข้มข้น ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดหรือแท้งลูกได้ ส่วนมะละกอสุกค่อนข้างปลอดภัย
  3. ผู้ที่มีอาการแพ้: มะละกอมีน้ำยางธรรมชาติที่อาจกระตุ้นอาการแพ้หรือหายใจติดขัดในผู้ที่มีความไวต่อสารนี้
  4. ผู้ป่วยโรคไต: เนื่องจากมะละกอมีโพแทสเซียมสูง อาจทำให้ระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงเกินไปจนเป็นอันตราย

สุดท้ายนี้ นักโภชนาการเตือนว่าไม่ควรรับประทานมะละกอในปริมาณมากเกินไปทุกวัน เพราะการได้รับแคโรทีนมากเกินอาจทำให้ผิวเปลี่ยนเป็นสีเหลืองได้ สำหรับผู้ป่วยเบาหวานควรจำกัดปริมาณการทานอยู่ที่ 2 ส่วนต่อวัน (1 ส่วนเทียบเท่ากับมะละกอหั่นชิ้นประมาณ 150 กรัม) เพื่อความสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด

แหล่งอ้างอิง

บทความในหมวดเดียวกัน

บทความใหม่