ข่าว 31/05/2026 17:57

จ้างพี่เลี้ยงดูแลลูกชายวัย 8 ขวบ ทุกคืนง่วงนอนตรง 3 ทุ่ม พ่อเช็กกล้องวงจรปิดก่อนตัดสินใจให

ครอบครัวรู้สึกประหลาดใจอย่างมากกับสิ่งที่พี่เลี้ยงเด็กคนนี้ทำ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายครอบครัวต้องเผชิญกับปัญหาที่เป็นจริงอย่างมาก นั่นคือ “ใครจะเป็นคนดูแลลูก?” ในอดีต ยังมีปู่ย่าตายาย ญาติพี่น้อง หรือแม้แต่เพื่อนบ้านที่สามารถช่วยกันดูแลเด็กได้ เมื่อเด็กเลิกเรียนก็มีคนคอยรับและอยู่เป็นเพื่อน ชีวิตอาจไม่ได้ร่ำรวย แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความเอื้ออาทร

แต่ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไป ครอบครัวที่พ่อและแม่ต่างต้องทำงานกลายเป็นเรื่องปกติ เมื่อพ่อแม่กลับจากงานก็เหนื่อยล้า ส่วนปู่ย่าตายายอาจมีปัญหาสุขภาพหรืออยู่ห่างไกล การ “หาคนดูแลลูก” จึงกลายเป็นโจทย์ยากที่หลายครอบครัวหลีกเลี่ยงไม่ได้

ด้วยเหตุนี้ อาชีพพี่เลี้ยงเด็กจึงค่อย ๆ เข้ามามีบทบาทในครอบครัวทั่วไปมากขึ้น บริการที่เคยถูกมองว่า “มีแต่คนรวยเท่านั้นที่จ้างได้” กลับกลายเป็นเรื่องคุ้นเคยในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่มาพร้อมกันคือความกังวลของผู้ปกครอง ข่าวเชิงลบบางครั้งที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ ทำให้การจ้างพี่เลี้ยงเด็กเป็นทั้งความจำเป็นและสิ่งที่น่าวิตกกังวลในเวลาเดียวกัน

พี่เลี้ยงเด็กเชื่อถือได้จริงหรือ? แล้วพี่เลี้ยงแบบไหนจึงจะถือว่าเป็นพี่เลี้ยงที่ดี? เรื่องราวของครอบครัวหนึ่งต่อไปนี้ได้มอบมุมมองใหม่ให้กับผู้คนจำนวนมาก

เมื่อไม่นานมานี้ คุณพ่อแซ่โจวจากประเทศจีนได้แบ่งปันเรื่องราวของครอบครัวผ่านโซเชียลมีเดีย เขาเล่าว่า ลูกชายวัย 8 ขวบของเขาเคยเป็น “นกฮูกกลางคืน” ตัวจริง หลังเลิกเรียนเด็กชายจะกอดแท็บเล็ตไว้ตลอดเวลา และในช่วงค่ำก็ยังคงมีพลังงานเหลือเฟือ หากถูกห้ามใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า เขาก็จะวิ่งเล่นไปทั่วบ้านและไม่ยอมเข้านอน

เนื่องจากคุณโจวและภรรยายุ่งกับงานมาก จึงตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงเด็กผ่านบริษัทจัดหางานที่มีมาตรฐาน เพื่อมาดูแลลูกในช่วงกลางวัน ในตอนแรกพวกเขาไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพียงต้องการให้มีคนดูแลและให้ลูกปลอดภัยก็เพียงพอแล้ว

แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น หลังจากผ่านไปไม่นาน สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ลูกชายของพวกเขาเริ่มหาวตั้งแต่ประมาณสองทุ่มกว่า ๆ และเมื่อถึงสามทุ่มก็ขึ้นเตียงนอนเอง แถมยังหลับสนิทอีกด้วย

Thuê bảo mẫu trông con, con trai 8 tuổi cứ 9 giờ tối là buồn ngủ, bố kiểm tra camera rồi thưởng gấp cho bảo mẫu 70 triệu- Ảnh 1.

เรื่องนี้ทำให้ทั้งคู่เริ่มสงสัยว่าเหตุใดลูกของตนจึง “นอนง่าย” ขึ้นอย่างผิดปกติ

ด้วยความอยากรู้ พวกเขาจึงเปิดดูกล้องวงจรปิดภายในบ้าน ภาพที่บันทึกไว้แสดงให้เห็นว่า พี่เลี้ยงไม่ได้ใช้เทคนิคพิเศษหรือวิธีการซับซ้อนใด ๆ แต่สิ่งที่เธอทำกลับทำให้ผู้ปกครองรู้สึกสบายใจอย่างรวดเร็ว

ปรากฏว่าในแต่ละวัน เธอคอยดูแลให้เด็กชายทำการบ้านให้เสร็จตรงเวลา ส่วนเวลาที่เหลือ ทั้งคู่จะทำงานประดิษฐ์ด้วยกัน หรือออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นการเตะฟุตบอล ตีแบดมินตัน หรือวิ่งเล่นง่าย ๆ

พี่เลี้ยงไม่ได้คอยประกบเด็กตลอดเวลา แต่ก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลย เธอจัดสรรเวลาได้อย่างเหมาะสม เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกายอย่างเพียงพอในช่วงกลางวัน ใช้พลังงานอย่างเต็มที่ เมื่อถึงเวลากลางคืนจึงง่วงเร็วขึ้นและนอนหลับได้ดีขึ้นตามธรรมชาติ

คุณโจวกล่าวว่า หลังจากดูภาพจากกล้องวงจรปิดจบ เขารู้สึกเพียงอย่างเดียวว่า เงินที่เขาและภรรยาจ่ายไปนั้นคุ้มค่าอย่างแท้จริง วันรุ่งขึ้นเขาได้มอบอั่งเปาจำนวน 20,000 หยวน (ประมาณ 75 ล้านบาทดองเวียดนาม) ให้กับพี่เลี้ยง ไม่ใช่เพราะเธอทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่หรือซับซ้อน แต่เพราะเธอมองโลกจากมุมมองของเด็ก และใช้ความใส่ใจอย่างจริงใจในการอยู่เคียงข้างลูกของพวกเขา

Thuê bảo mẫu trông con, con trai 8 tuổi cứ 9 giờ tối là buồn ngủ, bố kiểm tra camera rồi thưởng gấp cho bảo mẫu 70 triệu- Ảnh 2.

พ่อแม่ควรพิจารณาอะไรบ้าง หากต้องการหาพี่เลี้ยงที่ไว้วางใจได้?

ในความเป็นจริง พี่เลี้ยงที่ทำให้ผู้ปกครองรู้สึกอุ่นใจไม่ได้เกิดจาก “โชคดี” เพียงอย่างเดียว ความแตกต่างส่วนใหญ่มาจากการคัดเลือกอย่างรอบคอบของพ่อแม่ และการสังเกตอย่างใกล้ชิดระหว่างการทำงานร่วมกัน

  1. ค้นหาพี่เลี้ยงผ่านช่องทางที่น่าเชื่อถือ

ไม่ว่าจะเป็นบริษัทจัดหางานหรือแพลตฟอร์มที่มีชื่อเสียง อย่างน้อยสถานที่เหล่านี้มักมีขั้นตอนตรวจสอบข้อมูลพื้นฐาน มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล และมีระบบจัดการเมื่อเกิดปัญหา หากเกิดเหตุไม่คาดคิด ผู้ปกครองยังสามารถร้องเรียนและติดตามความรับผิดชอบได้ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงให้กับครอบครัว

หากพี่เลี้ยงได้รับการแนะนำจากคนรู้จัก ผู้ปกครองก็ไม่ควรหยุดเพียงแค่คำว่า “ได้ยินมาว่าดี” ควรตรวจสอบประสบการณ์การทำงาน ระยะเวลาที่เคยทำงานกับครอบครัวก่อนหน้า รวมถึงเหตุผลที่ลาออกให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเลือกด้วยวิธีใด การตรวจสอบตัวตนอย่างละเอียดถือเป็นสิ่งจำเป็นขั้นต่ำ นี่ไม่ใช่ความหวาดระแวง แต่เป็นมาตรการความปลอดภัยที่สำคัญเมื่อเกี่ยวข้องกับเด็ก

  1. อย่ามองแค่ทักษะ แต่จงฟังวิธีที่พวกเขาเล่าประสบการณ์ของตนเอง

ภูมิหลังการเติบโตและประสบการณ์การทำงานของแต่ละคนมักสะท้อนทัศนคติต่อเด็กได้อย่างชัดเจน ระหว่างการสนทนา ผู้ปกครองสามารถสอบถามเกี่ยวกับวิธีดูแลเด็กในอดีต วิธีจัดการเมื่อเด็กไม่เชื่อฟัง หรือวิธีรับมือเมื่อเกิดความขัดแย้ง

บทสนทนาไม่จำเป็นต้องเป็นการสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ แต่คำตอบของพี่เลี้ยงสามารถสะท้อนค่านิยม ระดับการเคารพเด็ก และความเข้าใจเกี่ยวกับขอบเขตในการดูแลได้ ผู้ที่น่าเชื่อถือจริง ๆ มักไม่หลีกเลี่ยงการถูกสอบถาม และพร้อมแบ่งปันประสบการณ์อย่างตรงไปตรงมา

Thuê bảo mẫu trông con, con trai 8 tuổi cứ 9 giờ tối là buồn ngủ, bố kiểm tra camera rồi thưởng gấp cho bảo mẫu 70 triệu- Ảnh 3.

  1. ในช่วงแรกของการทำงานร่วมกัน ควรสังเกตรายละเอียดให้มาก

ช่วงสองสามวันหรือสองสามสัปดาห์แรกเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ผู้ปกครองจะได้เห็นว่าพี่เลี้ยงมีปฏิสัมพันธ์กับลูกอย่างไร พวกเขาใส่ใจอารมณ์ของเด็กหรือไม่? เมื่อเด็กไม่ให้ความร่วมมือ พวกเขาเลือกที่จะปลอบโยนและชี้แนะ หรือกลับหงุดหงิดและตะคอกใส่? เมื่อเกิดสถานการณ์ไม่คาดคิดในบ้าน พวกเขายังคงรักษาความสงบและปรับตัวได้หรือไม่?

รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันเหล่านี้สะท้อนตัวตนที่แท้จริงได้ชัดเจนกว่าประกาศนียบัตรหรือจำนวนปีของประสบการณ์ที่ระบุไว้ในประวัติการทำงานเสียอีก

  1. หากเป็นไปได้ ควรรักษาความสัมพันธ์ระยะยาว

การเปลี่ยนพี่เลี้ยงบ่อยครั้งไม่เพียงทำให้พ่อแม่เหนื่อยล้า แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อความรู้สึกปลอดภัยของเด็ก ผู้ดูแลที่อยู่กับเด็กในระยะยาวจะช่วยสร้างความไว้วางใจ และทำให้การประสานงานกับผู้ปกครองเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น เมื่อทั้งสองฝ่ายเข้าใจกัน ปัญหาต่าง ๆ ในการเลี้ยงดูลูกก็จะสามารถพูดคุยและแก้ไขได้ง่ายขึ้น

บทสรุป

ไม่ว่าพ่อแม่จะดูแลลูกด้วยตนเองหรือได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่น เป้าหมายสุดท้ายก็เหมือนกัน นั่นคือการให้เด็กเติบโตขึ้นในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ได้รับความเคารพ และได้รับการดูแลอย่างจริงจัง

พี่เลี้ยงที่ดีไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ “เฝ้าดูไม่ให้เด็กเกิดอันตราย” เท่านั้น แต่ยังเป็นคนที่พร้อมใช้เวลาเพื่อทำความเข้าใจเด็ก ทำกิจกรรมร่วมกับเด็ก ช่วยให้เด็กมีระเบียบวินัยในการใช้ชีวิต และสร้างกิจวัตรประจำวันที่ดีต่อสุขภาพ

ในขณะเดียวกัน การที่พ่อแม่ “ฝากลูกไว้กับคนอื่น” ไม่ได้หมายความว่าจะปล่อยมือทั้งหมด การสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ การติดตามอย่างต่อเนื่อง และการรับฟังความรู้สึกที่แท้จริงของลูก ยังคงเป็นความรับผิดชอบสำคัญที่ขาดไม่ได้

เมื่อผู้ใหญ่ใส่ใจเพิ่มขึ้นอีกเพียงเล็กน้อย คุณภาพชีวิตและพัฒนาการของเด็กก็สามารถเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้อย่างแท้จริง หวังว่าทุกครอบครัวจะสามารถค้นหา “เพื่อนร่วมทาง” ที่เหมาะสมสำหรับลูกของตน และร่วมกันสร้างชีวิตที่มั่นคงและงดงามยิ่งขึ้น

Tags:

บทความในหมวดเดียวกัน

บทความใหม่