3. ใช้ภาชนะหรือถุงสำหรับแช่แข็งโดยเฉพาะ
ใส่ขิงที่แบ่งไว้ลงในถุงหรือกล่องที่เหมาะสำหรับช่องแช่แข็ง ไล่อากาศส่วนเกินออกจากถุงให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ และปิดภาชนะให้เรียบร้อย การลดอากาศภายในช่วยลดการสูญเสียคุณภาพจากการสัมผัสอากาศเย็นเป็นเวลานาน
ควรเขียนวันที่จัดเก็บไว้บนภาชนะ เพื่อช่วยให้รู้ว่าขิงชุดใดถูกเก็บก่อน และควรเลือกนำมาใช้ตามลำดับ
4. นำขิงแช่แข็งไปใช้ได้อย่างไร?
ขิงที่แช่แข็งสามารถนำมาขูดหรือหั่นได้ตามความเหมาะสมของสูตรอาหาร บางเมนูสามารถใส่ขิงแช่แข็งลงไปปรุงได้โดยตรง ส่วนเมนูที่ต้องการเนื้อสัมผัสเฉพาะอาจต้องปรับวิธีเตรียมเล็กน้อย เพราะหลังละลาย ขิงอาจมีเนื้อนิ่มกว่าขิงสด
ควรนำออกมาเฉพาะปริมาณที่ต้องใช้ ไม่ควรละลายขิงทั้งหมดแล้วนำกลับไปแช่แข็งซ้ำหลายครั้ง เพราะอาจทำให้คุณภาพลดลงและเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของอาหาร
5. แช่แข็งแล้วกลิ่นและรสจะเปลี่ยนหรือไม่?
การแช่แข็งอาจทำให้เนื้อสัมผัสของขิงเปลี่ยนไป แต่ยังเป็นทางเลือกที่สะดวกสำหรับการใช้ประกอบอาหารในหลายเมนู โดยเฉพาะเมนูที่ต้องการกลิ่นหอมและรสเผ็ดร้อนของขิงมากกว่าความกรอบของเนื้อสด
หากต้องการใช้ขิงเป็นเครื่องเคียงที่เน้นเนื้อสัมผัสสดใหม่ ควรแบ่งขิงส่วนหนึ่งไว้ในตู้เย็น และนำส่วนที่เหลือไปแช่แข็งตามปริมาณการใช้งานจริง วิธีนี้ช่วยให้มีขิงพร้อมใช้โดยไม่ต้องซื้อใหม่บ่อยเกินไป
Chapter 5: สังเกตขิงสดให้ออก พร้อมข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง
การเก็บขิงให้สดนานไม่ใช่เรื่องยาก หากรู้จักสังเกตสภาพของเหง้าขิงและเลือกวิธีจัดเก็บให้เหมาะสมกับปริมาณที่ซื้อมา นอกจากการเก็บในตู้เย็นหรือแช่แข็งแล้ว การตรวจสอบขิงก่อนนำมาใช้ก็เป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
ลักษณะของขิงที่ยังมีคุณภาพดี
ขิงที่ยังสดมักมีเนื้อแน่นเมื่อสัมผัส ผิวไม่เปียกชื้นผิดปกติ และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวตามธรรมชาติ สีของเปลือกอาจแตกต่างกันตามพันธุ์และอายุของขิง จึงไม่ควรตัดสินคุณภาพจากสีเพียงอย่างเดียว
หากผิวเริ่มเหี่ยวย่นเล็กน้อย อาจเป็นสัญญาณว่าขิงสูญเสียความชื้น แต่ยังต้องพิจารณาร่วมกับความแน่นของเนื้อ กลิ่น และสภาพโดยรวม หากไม่มีร่องรอยเน่าเสีย ควรทำความสะอาดและประเมินสภาพก่อนนำไปใช้