ขั้นตอนที่ 1: กำจัดเศษอาหาร
ใช้กระดาษสำหรับงานครัวหรืออุปกรณ์ที่สะอาดนำเศษอาหารออกจากเขียงก่อน อย่าปล่อยให้เศษอาหารแห้งติดอยู่บนพื้นผิวเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้การล้างยากขึ้น โดยเฉพาะคราบจากอาหารที่มีไขมันหรือซอสเหนียว
ขั้นตอนที่ 2: ล้างด้วยน้ำยาล้างจาน
ใช้ฟองน้ำสะอาดกับน้ำยาล้างจานเล็กน้อย ขัดให้ทั่วทั้งสองด้าน เน้นบริเวณที่มีรอยมีดและขอบเขียง จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ไม่ควรแช่เขียงไม้ในอ่างน้ำเป็นเวลานาน เพราะไม้สามารถดูดซับน้ำและอาจบิดงอหรือแตกร้าวได้เมื่อแห้ง
ขั้นตอนที่ 3: จัดการคราบหรือกลิ่นที่ยังหลงเหลือ
หากต้องการใช้เบกกิงโซดา สามารถโรยเพียงเล็กน้อยบนพื้นผิวที่เปียกหมาด แล้วใช้ผ้านุ่มหรือฟองน้ำขัดเบา ๆ ก่อนล้างออกให้หมด อย่างไรก็ตาม ควรทดลองกับบริเวณเล็ก ๆ ก่อน และหลีกเลี่ยงการขัดแรงบนไม้ที่เคลือบผิวหรือมีรอยเสียหาย
สำหรับมะนาว สามารถใช้ถูเบา ๆ บนพื้นผิวเพื่อช่วยลดกลิ่นบางชนิดได้ แต่ความเป็นกรดอาจมีผลต่อผิวเคลือบหรือสารบำรุงไม้ จึงไม่ควรใช้เป็นประจำโดยไม่ตรวจสอบคำแนะนำของผู้ผลิต และไม่ควรถือว่ามะนาวสามารถฆ่าเชื้อได้เพียงพอสำหรับการจัดการเนื้อสัตว์ดิบ
ขั้นตอนที่ 4: ล้างออกและเช็ดให้แห้ง
หลังใช้ส่วนผสมใด ๆ ต้องล้างพื้นผิวให้สะอาด แล้วใช้ผ้าสะอาดซับน้ำออก ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะสารตกค้างไม่ควรสัมผัสอาหารในครั้งต่อไป
เคล็ดลับที่ควรจำคือ อย่าผสมผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหลายชนิดเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะสารฟอกขาวกับน้ำส้มหรือสารที่มีความเป็นกรด เพราะอาจเกิดก๊าซอันตรายได้ ควรใช้ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดตามฉลากและล้างให้สะอาดก่อนเปลี่ยนวิธี
Chapter 3: เคล็ดลับลดกลิ่นและคราบฝังแน่นบนเขียงไม้
กลิ่นอาหารที่ติดอยู่บนเขียงเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะหลังจากเตรียมปลา เนื้อสัตว์ กระเทียม หรือหัวหอม วัตถุดิบบางชนิดมีกลิ่นเฉพาะตัวที่ยังคงอยู่แม้จะล้างด้วยน้ำเปล่า วิธีแก้ไขควรเริ่มจากการทำความสะอาดตามปกติ แล้วจึงพิจารณาวิธีเสริมที่เหมาะสมกับสภาพของเขียง
เลือกวิธีตามประเภทของคราบ
คราบจากผักและผลไม้ เช่น สีจากแครอต มะเขือเทศ หรือผลไม้ที่มีสีเข้ม อาจซึมเข้าไปในเนื้อไม้บางส่วน หากเป็นเพียงคราบสี ไม่จำเป็นต้องขัดอย่างรุนแรง ควรล้างด้วยน้ำยาล้างจานก่อน แล้วปล่อยให้แห้งเพื่อประเมินว่าคราบยังคงอยู่มากเพียงใด