การตรวจครัวก่อนนอนไม่จำเป็นต้องใช้เวลานาน หากทำเป็นกิจวัตรเดียวกันทุกคืน ก็ช่วยลดโอกาสลืมปิดอุปกรณ์หรือมองข้ามสิ่งผิดปกติได้ เริ่มจากตรวจเตาและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ทำอาหารให้แน่ใจว่าปิดเรียบร้อยแล้ว จากนั้นดูเครื่องใช้ไฟฟ้าบนเคาน์เตอร์ว่ายังจำเป็นต้องทำงานต่อหรือไม่ หากไม่จำเป็น ให้ปิดและถอดปลั๊กตามคำแนะนำของผู้ผลิต
ขั้นต่อไปคือการจัดพื้นที่รอบเตาให้ปลอดภัย ผ้าเช็ดมือ กระดาษ กล่องกระดาษ และถุงพลาสติกควรอยู่ห่างจากแหล่งความร้อน ไม่ควรวางสิ่งของทับช่องระบายอากาศของเครื่องใช้ไฟฟ้า และควรทำความสะอาดคราบน้ำมันหรือเศษอาหารสะสมอย่างสม่ำเสมอ เพราะสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บริเวณเตาหรือเครื่องทำความร้อนอาจเพิ่มความเสี่ยงเมื่อเกิดความร้อนสูง
จากนั้นตรวจสายไฟและเต้ารับด้วยสายตา หากพบสายไฟแตก ฉนวนหลุด ขาปลั๊กเสียหาย คราบไหม้ หรือรอยละลาย ควรหยุดใช้งานอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องและให้ช่างตรวจสอบ อย่าพยายามปิดบังรอยเสียหายด้วยเทปหรือทดลองเสียบปลั๊กซ้ำเพื่อดูว่าอุปกรณ์ยังทำงานได้หรือไม่
ควรหลีกเลี่ยงการเสียบเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังสูงหลายเครื่องเข้ากับปลั๊กพ่วงตัวเดียวกัน หากไม่แน่ใจว่าเต้ารับหรือวงจรสามารถรองรับกำลังไฟได้หรือไม่ ให้ช่างไฟฟ้าประเมินตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ต้องเก็บสายไฟให้ห่างจากอ่างล้างจาน พื้นที่เปียก และพื้นผิวที่ร้อน รวมถึงห้ามจับสวิตช์หรือปลั๊กด้วยมือเปียก
อีกเรื่องที่ไม่ควรลืมคืออุปกรณ์ตรวจจับควัน ควรติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสมและตรวจสอบตามคำแนะนำของผู้ผลิต หากสัญญาณเตือนทำงาน ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของคนในบ้านก่อน ไม่ควรเสียเวลาเข้าไปตรวจต้นเหตุใกล้บริเวณที่มีควันหรือเปลวไฟ หากเกิดเพลิงไหม้และไม่สามารถควบคุมได้อย่างปลอดภัย ให้รีบออกจากบ้านและโทรแจ้งหน่วยฉุกเฉิน
สำหรับครอบครัวที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุ ควรทำให้การตรวจครัวเป็นกิจวัตรร่วมกัน เช่น คนหนึ่งตรวจเตา อีกคนตรวจเครื่องใช้ไฟฟ้าบนเคาน์เตอร์ และตรวจดูว่าทางออกจากบ้านไม่มีสิ่งของกีดขวาง แต่ไม่ควรมอบหมายให้เด็กจัดการปลั๊กหรืออุปกรณ์ที่ชำรุดเอง
สุดท้ายนี้ ไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดเดียวที่ทุกบ้านต้องถอดปลั๊กโดยไม่คำนึงถึงหน้าที่ของอุปกรณ์ แนวทางที่เหมาะสมคือปิดและถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ไม่ใช้งาน ตรวจสอบสภาพสายไฟ ไม่ปล่อยเครื่องทำอาหารไว้โดยไม่มีผู้ดูแล และทำตามคู่มือของผู้ผลิตอย่างสม่ำเสมอ