เท้าบวมอาจเป็นสัญญาณปัญหาหัวใจ! รู้จัก 7 อาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

เท้าบวมอาจมีหลายสาเหตุ รวมถึงโรคหัวใจ มารู้จักสัญญาณเตือนสำคัญกัน

Chapter 1

ธีม:
ขนาดตัวอักษร:
24px

ข้อควรรู้: เท้าบวมเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่ากำลังจะหัวใจวาย และไม่สามารถใช้ทำนายว่าจะเกิดหัวใจวายเมื่อใด แต่หากมีอาการเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หรือหน้ามืดร่วมด้วย ควรให้ความสำคัญกับการขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที

Chapter 1: เท้าบวมเกี่ยวข้องกับหัวใจอย่างไร และอันตรายแค่ไหน?

Woman sitting in bed massaging and examining swollen feet

อาการเท้าและข้อเท้าบวมเป็นสิ่งที่หลายคนเคยพบ โดยเฉพาะหลังจากยืนหรือเดินเป็นเวลานาน นั่งอยู่กับที่หลายชั่วโมง หรือรับประทานอาหารที่มีเกลือมากกว่าปกติ แต่หากอาการบวมเกิดขึ้นบ่อย ไม่ยุบลง หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย ก็ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการตรวจ

หนึ่งในสาเหตุที่ควรรู้จักคือ ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure) ซึ่งหมายถึงภาวะที่หัวใจสูบฉีดเลือดได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หรือทำงานได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพตามปกติ ภาวะนี้ไม่ได้หมายความว่าหัวใจหยุดเต้น แต่สามารถทำให้ของเหลวคั่งในร่างกาย ส่งผลให้เท้า ข้อเท้า ขา หรือหน้าท้องบวมได้ บางคนอาจเหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่มเมื่อนอนราบ หรือไอในเวลากลางคืนร่วมด้วย

อย่างไรก็ตาม เท้าบวมไม่ได้เกิดจากโรคหัวใจเสมอไป สาเหตุอื่นอาจรวมถึงการนั่งหรือยืนในท่าเดิมนานเกินไป เส้นเลือดดำมีปัญหา ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด การตั้งครรภ์ หรือความผิดปกติของไตและตับ จึงไม่ควรสรุปว่าเป็นโรคหัวใจจากรูปร่างของเท้าเพียงอย่างเดียว สิ่งที่ควรสังเกตคืออาการบวมเกิดขึ้นเมื่อใด เป็นข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง และมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร หากข้อเท้าบวมทั้งสองข้างต่อเนื่องหลายวัน บวมมากขึ้น หรือมีน้ำหนักเพิ่มอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือโรคไต

หากขาข้างหนึ่งบวมขึ้นอย่างฉับพลัน โดยมีอาการปวด แดง หรือร้อน ควรได้รับการประเมินโดยเร็ว เพราะอาจเกี่ยวข้องกับลิ่มเลือดหรือภาวะอื่นที่ต้องรักษา หากมีอาการหายใจลำบาก เจ็บหรือแน่นหน้าอก หน้ามืด หรือไอเป็นเลือดร่วมด้วย ควรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที สิ่งสำคัญคือ อาการเท้าบวมกับอาการหัวใจวายเฉียบพลันไม่ใช่เรื่องเดียวกัน เท้าบวมอาจบ่งชี้ภาวะหัวใจล้มเหลวหรือปัญหาสุขภาพอื่น ขณะที่หัวใจวายเฉียบพลันมักเกี่ยวข้องกับการไหลเวียนเลือดไปยังกล้ามเนื้อหัวใจที่ลดลงหรือถูกขัดขวาง อาการทั้งสองภาวะอาจเกี่ยวข้องกับระบบหัวใจและหลอดเลือด แต่ต้องแยกจากกันอย่างถูกต้อง

การสังเกตร่างกายจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ไม่สามารถใช้แทนการตรวจจากแพทย์ได้ หากมีอาการผิดปกติที่เกิดซ้ำหรือแย่ลง ควรตรวจหาสาเหตุเพื่อรับการดูแลที่เหมาะสม ไม่ควรรอให้เกิดอาการรุนแรงก่อนจึงเริ่มใส่ใจสุขภาพ

บทความในหมวดหมู่เดียวกัน

เท้าบวมอาจเป็นสัญญาณปัญหาหัวใจ! รู้จัก 7 อาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

5 Part