สุขภาพ 17/05/2026 02:51

แพทย์เผย คนอายุเกิน 50 ปี หากกินกล้วยก่อนนอนบ่อยๆ อาจนำไปสู่…

หมอเตือน คนวัย 50+ กินกล้วยก่อนนอนบ่อย อาจมีผลต่อร่างกาย

“กล้วย” เป็นผลไม้ที่หลายคนชอบกินก่อนนอน เพราะเชื่อว่าช่วยให้อิ่มท้อง หลับสบาย และดีต่อสุขภาพ แต่แพทย์และนักโภชนาการเผยว่า สำหรับคนอายุ 50 ปีขึ้นไป การกินกล้วยช่วงดึกบ่อยเกินไป อาจไม่เหมาะกับร่างกายบางคน และอาจส่งผลเสียได้หากกินผิดเวลา
LamDep.US – Trang 37

แม้กล้วยจะมีโพแทสเซียม แมกนีเซียม และใยอาหารสูง แต่เมื่ออายุมากขึ้น ระบบเผาผลาญและการทำงานของอวัยวะต่างๆ จะเปลี่ยนไป ทำให้อาหารบางอย่างที่เคยกินได้ กลับเริ่มส่งผลต่อร่างกายมากขึ้น

  1. อาจทำให้แน่นท้อง นอนหลับไม่สบาย
    ผู้สูงอายุจำนวนมากมีระบบย่อยอาหารทำงานช้าลง หากกินกล้วยก่อนนอนทันที โดยเฉพาะกล้วยลูกใหญ่หรือกินหลายลูก อาจทำให้เกิดอาการแน่นท้อง จุก หรือรู้สึกอึดอัดระหว่างนอน

บางคนยังมีอาการเรอ เปรี้ยว หรือกรดไหลย้อนมากขึ้นโดยไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากมื้อดึก

  1. ระดับน้ำตาลอาจแกว่งในบางคน
    แม้กล้วยจะเป็นผลไม้ธรรมชาติ แต่ก็มีน้ำตาลอยู่พอสมควร โดยเฉพาะกล้วยสุกจัด คนอายุเกิน 50 ปีที่มีภาวะเบาหวาน หรือเริ่มควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดี ควรระวังการกินก่อนนอน เพราะอาจทำให้น้ำตาลในเลือดสูงช่วงกลางคืนได้
  2. ผู้ป่วยโรคไตควรระวังเป็นพิเศษ
    แพทย์เผยว่า กล้วยมีโพแทสเซียมสูง ซึ่งปกติเป็นแร่ธาตุที่ดีต่อร่างกาย แต่สำหรับคนที่มีโรคไต หรือไตทำงานลดลง หากกินมากเกินไป อาจทำให้ระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงจนส่งผลต่อหัวใจได้

Người cao tuổi cần đi khám sức khỏe định kỳ giúp phát hiện sớm các bệnh lý  tiềm ẩn
โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์เรื่องปริมาณที่เหมาะสม

  1. บางคนอาจตื่นมาบวมง่าย
    กล้วยมีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลธรรมชาติ หากกินดึกเป็นประจำโดยไม่ค่อยเคลื่อนไหว ร่างกายอาจสะสมน้ำหรือรู้สึกตัวบวมในตอนเช้าได้ในบางคน
  2. แต่หากกินถูกเวลา ก็ยังมีประโยชน์
    ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า กล้วยไม่ใช่อาหารอันตราย และยังมีประโยชน์มาก ทั้งช่วยเรื่องขับถ่าย ลดตะคริว และให้พลังงาน

เพียงแต่สำหรับคนอายุเกิน 50 ปี ควรกินในปริมาณพอเหมาะ และหลีกเลี่ยงการกินก่อนนอนทันที โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับเบาหวาน กระเพาะ หรือไต

แพทย์แนะนำว่า หากอยากกินกล้วย ควรกินก่อนนอนอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง และไม่ควรกินเกิน 1 ลูกต่อครั้ง เพื่อให้ร่างกายย่อยได้ดีขึ้น

เพราะแม้อาหารจะดีแค่ไหน แต่หากกินผิดเวลา หรือไม่เหมาะกับสภาพร่างกาย ก็อาจส่งผลเสียได้แบบไม่รู้ตัว

บทความในหมวดเดียวกัน

5 พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ทำให้เกิดโรคไขมันพอกตับ พฤติกรรมอันดับ 1 ที่ผู้ชายมักจะเลิกยาก

5 พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ทำให้เกิดโรคไขมันพอกตับ พฤติกรรมอันดับ 1 ที่ผู้ชายมักจะเลิกยาก

5 พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ทำให้เกิดโรคไขมันพอกตับ พฤติกรรมอันดับ 1 ที่ผู้ชายมักจะเลิกยาก

16/05/2026 20:34

บทความใหม่