เบื้องหลังเหตุการณ์ปล้นธนาคารที่เคยสร้างความตกตะลึงให้กับสังคม คือเรื่องราวของแรงกดดันทางการศึกษา วิกฤตทางจิตใจ และความสิ้นหวังของชายหนุ่มคนหนึ่ง
มีหลายคนที่เคยยืนอยู่บนจุดสูงสุดของความคาดหวัง เป็นความภาคภูมิใจของครอบครัวและบ้านเกิด แต่กลับต้องล้มลงเพราะแรงกดดัน ความล้มเหลว และบาดแผลทางจิตใจที่แทบไม่มีใครมองเห็น
เรื่องราวของ หลี่ลี่ อดีตนักเรียนอันดับหนึ่งของมณฑลเจียงซี ประเทศจีน ซึ่งเคยสร้างความตกตะลึงด้วยการปล้นธนาคารขณะยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ทำให้หลายคนต้องหันกลับมาทบทวนถึงความหมายของความสำเร็จ ความล้มเหลว และโอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่
จากเด็กอัจฉริยะที่ทั้งหมู่บ้านฝากความหวังไว้ สู่ช่วงเวลาแห่งวิกฤตในมหาวิทยาลัย
หลี่ลี่เกิดเมื่อปี 1987 ในพื้นที่ชนบทของมณฑลเจียงซี ประเทศจีน ในปี 2003 ขณะที่มีอายุเพียง 16 ปี เขาเข้าสอบเข้ามหาวิทยาลัยและได้คะแนน 554 คะแนน กลายเป็นนักเรียนสายวิทยาศาสตร์ที่มีคะแนนสูงสุดของอำเภอซ่างลี่
ครอบครัวของเขาภูมิใจอย่างมาก แม้ฐานะทางการเงินจะลำบาก แต่พ่อแม่ก็พยายามกู้ยืมเงินเพื่อให้ลูกชายได้เรียนต่อในมหาวิทยาลัย ตอนแรก หลี่ลี่สมัครเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเซียะเหมินในโครงการนักศึกษาทหาร เพราะค่าเล่าเรียนต่ำกว่า แต่เขาไม่ผ่านเกณฑ์ด้านส่วนสูง สุดท้ายจึงได้รับการตอบรับเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีปักกิ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีน

อย่างไรก็ตาม ชีวิตในมหาวิทยาลัยไม่ได้เป็นอย่างที่ชายหนุ่มจินตนาการไว้ เขาเข้าเรียนในวัยเพียง 16 ปี และมีส่วนสูงประมาณ 1.5 เมตร ความแตกต่างด้านอายุ ฐานะทางเศรษฐกิจที่ยากลำบาก รวมถึงอาการพูดติดอ่างที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เขาค่อย ๆ สูญเสียความมั่นใจ ขณะที่เพื่อน ๆ ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้ เขากลับเก็บตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ
ค่าครองชีพรายเดือนของเขามีเพียงประมาณ 500 หยวน ทำให้ต้องปฏิเสธกิจกรรมต่าง ๆ กับเพื่อนอยู่บ่อยครั้ง ผลการเรียนเริ่มตกต่ำ และจำนวนวิชาที่สอบไม่ผ่านก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อเข้าสู่ปีที่ 3 ของมหาวิทยาลัย หลี่ลี่เริ่มมีอาการซึมเศร้า โรคย้ำคิดย้ำทำ และภาวะขาดความมั่นใจในตัวเองอย่างต่อเนื่อง เขาทั้งทำงานพิเศษและพยายามเรียนต่อไป แต่สถานการณ์กลับยิ่งเลวร้ายลง เมื่อใกล้จบการศึกษา เขายังมีวิชาที่ไม่ผ่านเกณฑ์ถึง 17 วิชา
ตามระเบียบของมหาวิทยาลัย เขาได้รับเวลาเพิ่มอีก 2 ปีเพื่อเรียนให้จบหลักสูตร แต่แม้จะพยายามอย่างหนัก เขาก็ยังไม่สามารถสำเร็จการศึกษาได้ และได้รับเพียงใบรับรองการเรียนครบหลักสูตรแทนปริญญาบัตรอย่างเป็นทางการ
ตลอดเวลานั้น เขาไม่กล้าบอกความจริงกับครอบครัว พ่อแม่ยังคงเชื่อว่าลูกชายเรียนจบและมีงานมั่นคงอยู่ในกรุงปักกิ่ง
การตัดสินใจที่ผิดพลาด ซึ่งเปลี่ยนเส้นทางชีวิต
แรงกดดันด้านการเงิน ความล้มเหลวในการเรียน ความรักที่ไม่เป็นไปตามคาด และปัญหาทางจิตใจที่สะสมมาอย่างยาวนาน ทำให้หลี่ลี่ตกอยู่ในภาวะสิ้นหวัง
ในเดือนกรกฎาคม ปี 2009 เขาเขียนจดหมายลาตายถึงครอบครัว โดยระบุว่าตนเองป่วยเป็นโรคซึมเศร้ารุนแรง มีอาการพูดติดอ่าง และรู้สึกว่าชีวิตเต็มไปด้วยความทุกข์
วันที่ 12 กรกฎาคม 2009 เขาถือมีดเข้าไปยังสาขาธนาคารแห่งหนึ่งใกล้มหาวิทยาลัย และเรียกร้องเงินจำนวน 100,000 หยวน ระหว่างก่อเหตุ เขายังควบคุมตัวลูกค้าคนหนึ่งที่กำลังทำธุรกรรมอยู่ด้วย


หลังได้เงินมา เขาถูกตำรวจจับกุมอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตกตะลึงไปทั่วประเทศจีน เนื่องจากผู้ก่อเหตุคืออดีตเด็กอัจฉริยะที่เคยได้รับความคาดหวังอย่างสูง
ในปี 2010 ศาลตัดสินจำคุกหลี่ลี่เป็นเวลา 10 ปี พร้อมปรับเงิน 20,000 หยวน อย่างไรก็ตาม ระหว่างการสอบสวน ผู้เชี่ยวชาญพบว่าเขามีปัญหาทางจิตใจหลายประการ และมีความสามารถในการรับผิดชอบทางอาญาในระดับจำกัด
ระหว่างอยู่ในเรือนจำ หลี่ลี่ได้รับความช่วยเหลือจากหลายฝ่าย ผู้พิพากษาหญิงคนหนึ่งที่เคยพิจารณาคดีของเขา ได้เดินทางไปเยี่ยมหลายครั้ง มอบหนังสือ ให้การสนับสนุนด้านจิตใจ และให้กำลังใจเขาในการก้าวผ่านความรู้สึกด้อยค่า ด้วยการปรับปรุงตนเองอย่างดี เขาได้รับการลดโทษและได้รับการปล่อยตัวหลังจากรับโทษมากกว่า 7 ปี
ในปี 2017 ขณะอายุเกือบ 30 ปี เขาตัดสินใจกลับไปเรียนระดับมัธยมอีกครั้งเพื่อเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ผลปรากฏว่าเขาสอบได้ 598 คะแนน และได้รับการตอบรับเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยซีอานเจียวทง หนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำกลุ่ม 985 ของจีน

ปัจจุบัน หลังสำเร็จการศึกษา เขาได้เริ่มต้นชีวิตใหม่เหมือนคนทั่วไปอีกครั้ง
เรื่องราวของหลี่ลี่เคยจุดประกายการถกเถียงอย่างกว้างขวาง บางคนมองว่าสาเหตุมาจากความยากลำบากในชีวิต ขณะที่บางคนเชื่อว่าเขาขาดทักษะในการรับมือกับความล้มเหลว อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเห็นตรงกันว่า โศกนาฏกรรมของชายหนุ่มคนนี้สะท้อนความจริงที่น่าขบคิด นั่นคือ เด็กเก่งจำนวนไม่น้อยเติบโตขึ้นท่ามกลางความคาดหวังที่สูงเกินไป แต่กลับไม่มีโอกาสเรียนรู้วิธีเผชิญหน้ากับความผิดหวังและการล้มเหลว
จากเด็กอัจฉริยะที่ครอบครัวฝากความหวังไว้ กลายเป็นนักโทษ และสุดท้ายได้กลับคืนสู่รั้วมหาวิทยาลัยอีกครั้ง เส้นทางชีวิตของหลี่ลี่แสดงให้เห็นว่า ความสำเร็จไม่ได้เดินเป็นเส้นตรงเสมอไป และสิ่งสำคัญที่สุดอาจเป็นความสามารถในการลุกขึ้นหลังจากความผิดพลาด และการมอบโอกาสให้ตัวเองได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง