เคล็ดลับ 27/04/2026 21:13

ต้มกุ้งอย่าใส่ขิงหรือหอม เพราะจะทำให้เสียรสชาติ เพียงเติมสิ่งนี้ กุ้งจะสีแดงสวย หวานฉ่ำ

วิธีต้มกุ้งที่เชฟไม่ค่อยบอกใคร

ต้มกุ้งอย่าใส่ขิงหรือหอม เพราะจะทำให้เสียรสชาติ เพียงเติมสิ่งนี้ กุ้งจะสีแดงสวย หวานฉ่ำ ไม่มีกลิ่นคาว

กุ้งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่พบได้บ่อยในมื้ออาหารของหลายครอบครัว ไม่เพียงแต่ทำอาหารได้หลากหลาย แต่ยังอุดมไปด้วยสารอาหาร เช่น โปรตีน แคลเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ

อย่างไรก็ตาม การจะต้มกุ้งให้อร่อย เนื้อแน่น หวาน และไม่มีกลิ่นคาวนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่หลายคนคิด

ในความเป็นจริง หลายคนยังคงทำผิดพลาดโดยการใช้หอม ขิง หรือแม้แต่เหล้าในการดับกลิ่นคาว ซึ่งแม้จะเป็นวิธีที่นิยม แต่หากใช้ไม่ถูกต้อง กลับทำให้คุณภาพของจานอาหารลดลง


1-1776508911-257-width780height488



ทำไมไม่ควรใส่หอมและขิงเมื่อต้มกุ้ง

โดยทั่วไป หอมและขิงมักถูกใช้เพื่อลดกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ แต่สำหรับกุ้ง ซึ่งมีกลิ่นคาวอ่อนและมีรสหวานตามธรรมชาติ วิธีนี้กลับไม่เหมาะสม

เครื่องปรุงที่มีกลิ่นแรงอย่างหอมและขิง สามารถกลบกลิ่นหอมตามธรรมชาติของกุ้ง ทำให้รสชาติที่ได้ไม่สดชื่นและไม่หวานเหมือนเดิม

สำหรับเหล้าทำอาหาร หากเทลงไปในน้ำต้มแล้วปิดฝา ไอระเหยของเหล้าจะไม่สามารถระเหยออกได้ แต่จะย้อนกลับเข้าไปในเนื้อกุ้ง ทำให้มีกลิ่นแรงมากขึ้นแทนที่จะลดลง

ดังนั้น เชฟหลายคนแนะนำว่า การต้มกุ้งให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด เพียงใช้เกลือในปริมาณพอเหมาะ ก็เพียงพอที่จะรักษาความหวานตามธรรมชาติของกุ้งไว้ได้

วิธีลดกลิ่นคาวของกุ้งอย่างถูกต้อง

แทนที่จะใช้เครื่องปรุงแรง ๆ ควรให้ความสำคัญกับขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ

ควรดึงเส้นดำที่หลังของกุ้งออก เพราะเป็นส่วนที่มีสิ่งสกปรกและเป็นสาเหตุของกลิ่นคาว

สามารถใช้น้ำมะนาวหมักกุ้งเล็กน้อยก่อนปรุง เพื่อช่วยลดกลิ่นและเพิ่มความหอม

อีกวิธีหนึ่งคือการแช่กุ้งในน้ำเกลือผสมกับน้ำส้มสายชู ซึ่งช่วยขจัดกลิ่นโคลนและสิ่งสกปรกได้ดี

บางคนยังใช้เครื่องเทศอย่างอบเชยเล็กน้อย เพื่อช่วยลดกลิ่นโดยไม่กลบรสชาติของกุ้ง


Mẹo luộc tôm không cần nước mà vẫn có độ ngọt


วิธีต้มกุ้งให้อร่อยเหมือนร้านอาหาร

เริ่มจากล้างกุ้งให้สะอาด ตัดหนวดและเอาเส้นดำออก

ตั้งน้ำให้เดือดอ่อน ๆ ใส่เกลือเล็กน้อย จากนั้นใส่กุ้งลงไป

ต้มด้วยไฟพอประมาณ ไม่ควรใช้ไฟแรงเกินไป

เมื่อกุ้งเปลี่ยนเป็นสีแดงสด และตัวโค้งงอ แสดงว่ากุ้งสุกแล้ว ควรยกขึ้นทันที

ไม่ควรต้มกุ้งนานเกินไป เพราะจะทำให้เนื้อแข็ง แห้ง และเสียความหวาน

หลังจากต้มเสร็จ สามารถนำกุ้งแช่น้ำเย็นหรือน้ำแข็ง เพื่อช่วยให้เนื้อแน่นและคงความหวาน

โดยทั่วไป กุ้งขนาดเล็กถึงกลางใช้เวลาประมาณ 2–3 นาที ส่วนกุ้งขนาดใหญ่ใช้เวลาประมาณ 4–5 นาที

ข้อสรุป

การต้มกุ้งให้อร่อยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปรุงหลายชนิด

เพียงเข้าใจธรรมชาติของวัตถุดิบ และเลือกวิธีปรุงที่เหมาะสม ก็สามารถทำให้กุ้งมีรสชาติหวาน เนื้อแน่น และไม่มีกลิ่นคาวได้

บางครั้ง การปรุงที่เรียบง่าย กลับเป็นกุญแจสำคัญของความอร่อยที่แท้จริง

บทความในหมวดเดียวกัน

บทความใหม่

เกินไปมั้ย 2ชายหญิงขอกินส้มตำฟรี เจ้าของร้านใส่ถ้วยให้ กลับไม่พอใจ เพราะอยากนั่งกินที่ร้

เกินไปมั้ย 2ชายหญิงขอกินส้มตำฟรี เจ้าของร้านใส่ถ้วยให้ กลับไม่พอใจ เพราะอยากนั่งกินที่ร้

เกินไปมั้ย 2ชายหญิงขอกินส้มตำฟรี เจ้าของร้านใส่ถ้วยให้ กลับไม่พอใจ เพราะอยากนั่งกินที่ร้

ข่าว 27/04/2026 22:05