สุขภาพ 27/04/2026 23:34

ทุก ๆ 3 วินาที จะมีคนเป็นโรค โรคหลอดเลือดสมอง 1 คน คุณหมอเตือนว่า: ยอมกินเนื้อเพิ่มดีกว่ากินอ

อาหาร 5 อย่างต่อไปนี้ควรกินให้น้อยลง

โรคหลอดเลือดสมองไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับหลายคนอีกต่อไปแล้ว โดยทั่วไปมักเกิดขึ้นในผู้ที่มีอายุกลางคนและผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ จำนวนผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในกลุ่มอายุน้อยกลับเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนเกี่ยวกับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยไม่รู้ตัว

จากข้อมูลขององค์การโรคหลอดเลือดสมองโลก พบว่าหนึ่งในหกคนจะประสบกับโรคหลอดเลือดสมองในชีวิต และมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองรายใหม่เกิดขึ้นทุกๆ สามวินาทีทั่วโลก เฉพาะในเวียดนาม มีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองประมาณ 200,000 รายต่อปี โดยมากถึง 50% ของผู้ป่วยเหล่านี้เสียชีวิตหรือพิการอย่างรุนแรง

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ โรคหลอดเลือดสมองส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่เป็นผลมาจากปัจจัยเสี่ยงที่สะสมมานานหลายปี เช่น การรับประทานอาหารที่ไม่สมดุล น้ำตาลมากเกินไป เกลือมากเกินไป ไขมันที่ไม่ดีต่อสุขภาพ หรือการใช้ชีวิตที่ไม่เคลื่อนไหวร่างกาย

อาหารบางชนิดอาจดูเหมือนไม่เป็นอันตราย แต่หากรับประทานเป็นประจำ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด หลอดเลือดแดงแข็ง และในที่สุดก็อาจนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองได้

1. เค้กที่ใส่น้ำตาลเยอะๆ

ขนมหวานมักทำให้เรารู้สึกอร่อยและมีความสุขทุกครั้งที่ได้ลิ้มลอง อย่างไรก็ตาม น้อยคนนักที่จะรู้ว่าขนมหวานบางชนิดมีปริมาณน้ำตาลสูงมาก

เพื่อเพิ่มรสชาติ ผู้ผลิตหลายรายจึงใช้ปริมาณน้ำตาลหรือสารให้ความหวานเทียมในปริมาณมาก การบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลสูงมากเกินไปเป็นเวลานานอาจนำไปสู่การเพิ่มน้ำหนักและโรคอ้วน ความผิดปกติทางเมตาบอลิซึม และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดและโรคหลอดเลือดสมอง

แพทย์เตือนว่า ทุกๆ 3 วินาทีจะมีคนเป็นโรคหลอดเลือดสมอง: การกินเนื้อสัตว์ให้มากขึ้นดีกว่าการบริโภคอาหาร 5 ชนิดนี้มากเกินไป - ภาพที่ 1

น้ำตาลส่วนเกินยังทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ส่งผลให้ฮอร์โมนอินซูลินทำงานมากเกินไปและทำลายหลอดเลือด เมื่อเวลาผ่านไป หลอดเลือดเหล่านี้จะแข็งตัวและอุดตันได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์บางชนิดใช้สารให้ความหวานเทียม ซึ่งแม้ว่าจะไม่ให้พลังงาน แต่ก็อาจส่งผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและกระบวนการเผาผลาญของร่างกายได้

2. เครื่องดื่มที่มีสารให้ความหวานเทียม

ปัจจุบันมีเครื่องดื่มมากมายในท้องตลาดที่โฆษณาว่าเป็น "ปราศจากน้ำตาล" หรือ "แคลอรีต่ำ" ทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตาม การศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าเครื่องดื่มที่มีสารให้ความหวานเทียมยังคงส่งผลเสียต่อสุขภาพได้หลายประการ

การดื่มเครื่องดื่มประเภทนี้เป็นประจำอาจทำให้สมดุลของแบคทีเรียในลำไส้เสียไป ส่งผลต่อระบบเผาผลาญ และอาจนำไปสู่การเพิ่มน้ำหนักได้

แพทย์เตือนว่า ทุกๆ 3 วินาทีจะมีคนเป็นโรคหลอดเลือดสมอง: การกินเนื้อสัตว์ให้มากขึ้นดีกว่าการกินอาหาร 5 ชนิดนี้มากเกินไป - ภาพที่ 2

การศึกษาบางชิ้นยังชี้ให้เห็นว่าสารให้ความหวานเทียมอาจส่งผลต่อการทำงานของสมองและระบบประสาท ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดและโรคหลอดเลือดสมองได้

ดังนั้น แม้ว่าเครื่องดื่มเหล่านี้จะมีรสหวานเล็กน้อยและมีแคลอรี่ต่ำ จึงไม่ควรดื่มบ่อยนัก

3. ผลไม้ดองและอาหารเค็มอื่นๆ ที่มีปริมาณเกลือสูง

ผลไม้เชื่อมเป็นของว่างยอดนิยม อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลคือปริมาณเกลือที่สูง นอกจากเกลือแล้ว ผลิตภัณฑ์หลายชนิดยังประกอบด้วยสารกันบูดและสารเติมแต่งอีกด้วย

การบริโภคเกลือมากเกินไปอาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ส่งผลให้ผนังหลอดเลือดรับภาระหนักขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคหลอดเลือดสมอง

แพทย์เตือนว่า ทุกๆ 3 วินาทีจะมีคนเป็นโรคหลอดเลือดสมอง: การกินเนื้อสัตว์ให้มากขึ้นดีกว่าการกินอาหาร 5 ชนิดนี้มากเกินไป - ภาพที่ 3

เมื่อระดับโซเดียมในเลือดสูงขึ้น ร่างกายจะต้องกักเก็บน้ำเพื่อรักษาสมดุล ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ในขณะเดียวกัน ความดันโลหิตสูงก็เป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งของโรคหลอดเลือดสมอง

การรับประทานลูกพลัมเชื่อมเพียงไม่กี่ลูกอาจไม่ส่งผลในทันที แต่หากคุณรับประทานเป็นประจำจนเป็นนิสัย ความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามกาลเวลา

4. อาหารที่ผ่านการทอดหลายครั้ง

อาหารทอด เช่น ไก่ทอด เฟรนช์ฟรายส์ และปอเปี๊ยะ มักเป็นที่ชื่นชอบเสมอเพราะความกรอบและรสชาติเข้มข้น อย่างไรก็ตาม เมื่อน้ำมันถูกความร้อนสูงซ้ำๆ กัน ไขมันทรานส์และสารประกอบออกซิไดซ์ที่เป็นอันตรายหลายชนิดก็อาจก่อตัวขึ้นได้

สารเหล่านี้สามารถเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี ส่งเสริมภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง และลดความยืดหยุ่นของหลอดเลือดได้

แพทย์เตือนว่า ทุกๆ 3 วินาทีจะมีคนเป็นโรคหลอดเลือดสมอง: การกินเนื้อสัตว์ให้มากขึ้นดีกว่าการกินอาหาร 5 ชนิดนี้มากเกินไป - ภาพที่ 4

หากบริโภคเป็นประจำ ไขมันจะสะสมอยู่ที่ผนังหลอดเลือด ทำให้เกิดคราบพลัค เมื่อคราบพลัคนี้หลุดออกไป มันสามารถก่อให้เกิดลิ่มเลือดและทำให้เกิดการอุดตันในสมองได้

ดังนั้น ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ลดความถี่ในการรับประทานอาหารทอด และหันมาให้ความสำคัญกับวิธีการปรุงอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น เช่น การนึ่ง การต้ม หรือการตุ๋น

5. ชานม

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ชานมไข่มุกกลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในหมู่คนจำนวนมาก โดยเฉพาะคนหนุ่มสาว อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังรสชาติหวานมันที่ดึงดูดใจนั้น กลับมีน้ำตาล ครีม และสารปรุงแต่งในปริมาณมาก

การดื่มชานมไข่มุกมากเกินไปอาจนำไปสู่ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง น้ำหนักเพิ่ม และความผิดปกติทางระบบเผาผลาญได้

นอกจากนี้ ครีมในชานมไข่มุกมักมีไขมันทรานส์ ซึ่งเป็นไขมันชนิดหนึ่งที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด และส่งเสริมการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดตามวัย

เมื่อหลอดเลือดแข็งตัวและเลือดไหลเวียนไม่ดี ความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดและการเกิดโรคหลอดเลือดสมองก็จะเพิ่มขึ้นด้วย

โรคหลอดเลือดสมองมักเป็นผลพวงสะสมระยะยาว

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า โรคหลอดเลือดสมองมักไม่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ส่วนใหญ่เกิดจากการสะสมพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกายเป็นเวลาหลายปี

ดังนั้น แม้ในชีวิตยุคใหม่ที่มีอาหารน่ารับประทานมากมาย การควบคุมอาหารก็ยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกป้องสุขภาพหลอดเลือด

การรับประทานอาหารที่สมดุล จำกัดอาหารที่มีน้ำตาล เกลือ และไขมันที่ไม่ดีต่อสุขภาพสูง และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญ

สุขภาพเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดเสมอ การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในพฤติกรรมการกินในชีวิตประจำวันสามารถช่วยให้ร่างกายป้องกันโรคอันตรายต่างๆ ในอนาคตได้

บทความในหมวดเดียวกัน

วางปลายนิ้วชี้ทั้งสองเข้าหากัน เพื่อตร.วจดูว่.าตนเองเป็นม.ะ.เ.ร็.งป.อ.ดหรือไม่: วิธีทดสอบง่า

วางปลายนิ้วชี้ทั้งสองเข้าหากัน เพื่อตร.วจดูว่.าตนเองเป็นม.ะ.เ.ร็.งป.อ.ดหรือไม่: วิธีทดสอบง่า

วางปลายนิ้วชี้ทั้งสองเข้าหากัน เพื่อตร.วจดูว่.าตนเองเป็นม.ะ.เ.ร็.งป.อ.ดหรือไม่: วิธีทดสอบง่า

27/04/2026 23:58

บทความใหม่

วางปลายนิ้วชี้ทั้งสองเข้าหากัน เพื่อตร.วจดูว่.าตนเองเป็นม.ะ.เ.ร็.งป.อ.ดหรือไม่: วิธีทดสอบง่า

วางปลายนิ้วชี้ทั้งสองเข้าหากัน เพื่อตร.วจดูว่.าตนเองเป็นม.ะ.เ.ร็.งป.อ.ดหรือไม่: วิธีทดสอบง่า

วางปลายนิ้วชี้ทั้งสองเข้าหากัน เพื่อตร.วจดูว่.าตนเองเป็นม.ะ.เ.ร็.งป.อ.ดหรือไม่: วิธีทดสอบง่า

สุขภาพ 27/04/2026 23:58