สุขภาพ 02/05/2026 17:47

ผัก 3 ชนิดที่อุดมด้วยสารอาหาร ดีต่อสุขภาพ จนถูกเปรียบว่า “บำ.รุงเหมือนโ.สม”

ผัก 3 ชนิดที่อุดมด้วยสารอาหาร ดีต่อสุขภาพ จนถูกเปรียบว่า “บำ.รุงเหมือนโ.สม”

ในยุคชีวิตสมัยใหม่ แนวโน้มการปลูกผักไว้กินเองที่บ้านกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น แม้ในคอนโดหรือบ้านที่มีพื้นที่จำกัด ไม่เพียงช่วยให้มีแหล่งอาหารสะอาด แต่การปลูกผักเล็ก ๆ น้อย ๆ ยังช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย และทำให้พื้นที่อยู่อาศัยดูเขียวสดชื่นยิ่งขึ้น ที่น่าสนใจคือ มีผักพื้นบ้านบางชนิดที่อุดมด้วยสารอาหาร จนถูกเปรียบว่า “บำรุงเหมือนโสม” ทั้งยังปลูกง่ายและเหมาะสำหรับปลูกในบ้าน ด้านล่างนี้คือ 3 ชนิดที่ควรพิจารณา แม้สำหรับครอบครัวที่มีพื้นที่จำกัด

ยอดมันเทศ


ยอดมันเทศเป็นผักพื้นบ้านที่คุ้นเคย แต่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นจากคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมด้วยวิตามิน B6, C, E และแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ในความเชื่อพื้นบ้านยังถูกเรียกว่า “โสมทางใต้” ของชาวเวียดนาม

นอกจากสารอาหารแล้ว ยอดมันเทศยังมีสารฟลาโวนอยด์และแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมการป้องกันโรค

การปลูกยอดมันเทศทำได้ง่าย สามารถปลูกจากเถาหรือหัว พืชชอบดินร่วนซุย ระบายน้ำดี และแสงแดดจัด หากปลูกด้วยเถา สามารถตัดเถายาวประมาณ 25 ซม. ปักลงในดินหรือกระถาง โดยให้ปลายยอดโผล่พ้นดิน รดน้ำให้ชุ่ม ประมาณครึ่งเดือนจะเริ่มแตกยอดและสามารถเก็บเกี่ยวได้หลายครั้ง

ผักกระเจี๊ยบเขียว (ผักเหนียว)


ผักชนิดนี้นิยมกินในฤดูร้อน มักใช้ทำแกงรสเบา ๆ ให้ความสดชื่น มีรายงานว่าชาวญี่ปุ่นเปรียบผักชนิดนี้ว่าเป็น “โสมเขียว” เพราะมีคุณค่าทางอาหารสูง อุดมด้วยธาตุเหล็ก วิตามิน C, K, A, B6 และกรดอะมิโนจำเป็นหลายชนิด

เมือกธรรมชาติของผักชนิดนี้ยังมีกรดอินทรีย์และสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่ช่วยต้านการอักเสบ อีกทั้งยังช่วยลดไขมันในเลือด ดีต่อหัวใจ และช่วยระบบย่อยอาหาร

ผักชนิดนี้ชอบแสงแดดและความชื้น สามารถปลูกจากเมล็ดโดยตรงในกล่องโฟมหรือดินสวน (ดินร่วนอุดมสมบูรณ์) วิธีปลูกคือ แช่เมล็ดในน้ำอุ่น 12–24 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้งอกดีขึ้น จากนั้นหว่านเมล็ดห่างกันประมาณ 10 ซม. กลบดินบาง ๆ หลัง 40–45 วันสามารถเก็บเกี่ยวครั้งแรกได้โดยตัดยอด

ผักหวานบ้าน


นักวิชาการและแพทย์แผนตะวันออกของเวียดนามระบุว่า ผักหวานบ้านอุดมด้วยโปรตีนจากพืช ธาตุเหล็ก แมงกานีส และสารตั้งต้นของวิตามินเอ จึงถูกเรียกว่า “โสมของคนจน”

ผักชนิดนี้ยังมีใยอาหาร วิตามิน C แคลเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ มักถูกกล่าวถึงในด้านช่วยลดความร้อนในร่างกาย ช่วยระบบขับถ่าย บำรุงตับ เสริมการทำงานของไต และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสุขภาพ

ในด้านการปลูก ผักหวานบ้านสามารถปลูกในพื้นที่เล็กหรือกระถางใหญ่ได้ โดยใช้การปักชำกิ่ง ควรเลือกกิ่งยาวประมาณ 10–15 ซม. และรักษาความชื้นอย่างสม่ำเสมอ เมื่อต้นเจริญเติบโตดีแล้ว สามารถเก็บเกี่ยวได้เป็นระยะหลายครั้ง

บทความในหมวดเดียวกัน

บทความใหม่

ผลไม้นี้คุ้นมาก แค่เอาไปแช่แข็งทั้งเปลือกแล้วกิน กลายเป็นแหล่งสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้

ผลไม้นี้คุ้นมาก แค่เอาไปแช่แข็งทั้งเปลือกแล้วกิน กลายเป็นแหล่งสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้

ผลไม้นี้เอาไปแช่แข็งแล้วกินทั้งเปลือก จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระมากขึ้น

เคล็ดลับ 02/05/2026 17:24